วันศุกร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2553

NEA: ดาวเคราะห์น้อยโคจรใกล้โลก


Kirby Toys
Rocking Toys
Custom Toys
Educational Wooden Toys
Catnip Toys
Pitbull Toys
Gremlins Toys
Sandbox Toys
Waiting Room Toys
Wader Toys
Ratatouille Toys
Teenage Mutant Ninja Turtles Toys
Vintage Star Wars Toys
Mr Men Toys
Cheap Baby Toys
Role Play Toys
Cubicle Toys
Play Therapy Toys
Nightmare Before Christmas Toys
Noah'S Ark Toy
Backyard Toys
Solar Powered Toys
Jaws Toys
Wild Planet Toys
Plush Dog Toys
Power Rangers Mystic Force Toys
Nursery Toys
Bunny Toys
Lion King Toys
Electric Toys
Evil Knievel Toys
Second Hand Toys
Woody Toy
Promotional Toys
Wholesale Dog Toys
Transformers Armada Toys
Barbone Toy
Tootsie Toys
Cheap Kids Toys
Brum Toys
Fur Real Toys
Tudor Toys
Fairy Toys
Stress Relief Toys
Cast Iron Toys
Tp Activity Toys
Swimming Toys
Medieval Toys
Brushwood Toys
Brain Toys
Hot Christmas Toys
Modern Toys
Civil War Toys
Pool Toy
Knex Toys
Lamaze Baby Toys
Hamtaro Toys
Police Toys
Jasman Toys
Best Christmas Toys
Kettler Toys
Russian Toys
Elc Toys
Glow Toys
Street Sharks Toys
Cowboy Toys
Crash Bandicoot Toys
Macross Toys
Fish Toys
Yugioh Toys
Bleach Toys
Power Rangers Operation Overdrive Toys
Batman The Dark Knight Toys
Miniature Toys
Building Blocks Toys
Learning Curve Toys
Digimon Toy
Pingu Toys
Letterbox Toys
Triang Toys
Care Bears Toys
Fair Trade Toys
Cool Kids Toys
Kubrick Toys
Monsters Inc Toys
Discount Dog Toys
Plastic Toy
Rocking Horse Toy
Todd Mcfarlane Toys
Bargain Toys
Horror Toys
Capsule Toys
American Plastic Toys
Best Kids Toys
Big Dog Toys
Metal Gear Solid Toys
Balamory Toys
Reel Toys
Specialty Toys
Tiny Toys


เมื่อประมาณ 100 ปีก่อนนี้ ไม่มีใครในโลกให้ความสำคัญในตัวดาวเคราะห์น้อย (asteroid) เลย เพราะนักดาราศาสตร์ มีความเห็นว่า ดาวเคราะห์น้อยคือขยะอวกาศ ที่สร้างความยุ่งยากให้แก่นักดาราศาสตร์ที่เวลาต้องการจะดูดาวต่างๆ แล้วถูกดาวเคราะห์น้อยโคจร เข้ามาบดบัง


แต่บัดนี้ ความคิดเช่นนั้นได้ถูกปรับเปลี่ยนไปจนหมดสิ้นแล้ว เพราะนักดาราศาสตร์ได้พบแล้วว่า ดาวเคราะห์น้อยเป็นองค์ประกอบ ที่สำคัญองค์หนึ่งของสุริยจักรวาล ที่สามารถบอกให้เรารู้ว่า สุริยจักรวาลมีประวัติความเป็นมาอย่างไร และเมื่อคนทั่วไปรู้อีกว่า เวลาดาวเคราะห์น้อยพุ่งชนโลก สิ่งมีชีวิต เช่น ไดโนเสาร์สามารถ สูญพันธุ์ได้ ความสนใจในดาวเคราะห์น้อยก็ยิ่งมีมากขึ้นเป็นทวีคูณ

ภาพจาก : http://www.msnbc.com/news/368661.asp?cp1=1

ดาวเคราะห์น้อยเป็นชื่อเรียกของดาวเคราะห์ที่มีขนาดเล็ก ดาวเคราะห์น้อยบางดวงโคจรใกล้ดวงอาทิตย์ยิ่งกว่าโลก แต่บางดวงก็โคจรอยู่ไกลยิ่งกว่าดาวพลูโต จะอย่างไรก็ตาม นักดาราศาสตร์ได้พบว่า ดาวเคราะห์น้อยส่วนใหญ่มีวงโคจรอยู่ ระหว่างดาวอังคารกับดาวพฤหัสบดีดาวเคราะห์น้อยที่นักดาราศาสตร์พบขณะนี้มีกว่า 8,500 ดวงแล้ว และมีชื่อเรียกต่างๆ กัน เช่น 1 Ceres ที่ G. Piazzi พบในปี พ.ศ. 2344 นั้น มีเส้นผ่าศูนย์กลางยาว 953 กิโลเมตร เลข 1 ที่นำหน้าชื่อแสดงลำดับการค้นพบ ซึ่งในกรณีนี้ Ceres คือดาวเคราะห์น้อยดวงแรกที่นักดาราศาสตร์เห็น ส่วน 243 Ida ที่ J.Palisa พบในปี พ.ศ. 2448 นั้น มีขนาด 56x15 กิโลเมตร เป็นดาวเคราะห์น้อยที่มีดวงจันทร์เล็กๆ เป็นบริวาร และ 2,062 Aten ที่ E. Helin พบในปี พ.ศ. 2519 มีเส้นผ่าศูนย์กลางยาว 0.9 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์พอๆ กับโลกคือ 145.05 ล้านกิโลเมตรเท่านั้นเอง (โลกอยู่ห่าง จากดวงอาทิตย์ 150 ล้านกิโลเมตร) ดาวเคราะห์น้อยดวงนี้จึงมีสิทธิ์ "ชน" โลก นักดาราศาสตร์เรียกเหล่าดาวเคราะห์น้อย ที่มีวงโคจรใกล้โลกว่า NEA (Near Earth Asteroid)

ณ วันนี้ วงการดาราศาสตร์ทั่วโลก มีโครงการต่างๆ มากมายที่ติดตามและค้นหา NEA โครงการเหล่านี้ ได้แก่ NEAT (Near Earth Asteroid Tracking) และ LINEAR (Lincoln Near Earth Asteroid Research) ซึ่งกำลังค้นหา NEA อย่างจริงจัง จนทำให้เราพบเห็นมันกว่า 600 ดวงแล้ว และกว่า 200 ดวง ของ NEA เหล่านี้มีเส้นผ่าศูนย์กลางยาวกว่า 1 กิโลเมตร นักดาราศาสตร์คาดว่า หากค้นให้ดี NEA คงมีประมาณ 2,000 ดวง

ปัญหาใหญ่ที่ทำให้การค้นหา NEA เป็นไปอย่างยากลำบากคือ ความสว่างของมัน ซึ่งมีน้อยมาก เพราะนักดาราศาสตร์ได้พบว่า มันจะสว่างสุกใสที่สุด ก็เมื่อมันอยู่ใกล้โลกที่สุดเท่านั้น แต่พอมันโคจรผ่านไกลออกไปแล้ว เราแทบจะมองไม่เห็นมันเลย ฉะนั้น ช่วงเวลาที่จะเห็น NEA จึงเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่นานเพียง 2-3 อาทิตย์เท่านั้นเอง แล้วหลังจากนั้นมันก็จะหายไปเป็นปี จึงจะหวนกลับมาให้เราเห็นอีก

อนึ่ง นักดาราศาสตร์ได้พบว่า เขาสามารถใช้กล้องโทรทรรศน์ธรรมดาหาความเร็วในการหมุนรอบตัวเองของ NEA ได้ โดยการสังเกตดูแสงที่สะท้อนจากผิวของมัน ความเข้มและความยาวคลื่นของแสงสะท้อนสามารถบอกให้เรารู้ว่า NEA หมุนรอบตัวเองเร็วหรือช้าเพียงใด เทคนิคนี้ยังบอกให้เรารู้ว่า NEA บางดวงหมุนรอบตัวเองโดยใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นเอง แต่บางดวงก็ใช้เวลานานเป็นวันเช่น 433 Eros หมุนรอบตัวเองใน 5.3 ชั่วโมง แต่ 10 Hygiea ใช้เวลานานถึง 27.5 ชั่วโมง เป็นต้น แสงสะท้อนจาก NEA ยังสามารถบอกรูปร่างและแนวที่มันหมุนรอบตัวเองได้อีกด้วย ข้อมูลเหล่านี้ทำให้เรารู้ว่า NEA ส่วนใหญ่มีแร่ silicate, pyroxene, olivine และอินทรีย์โมเลกุลต่างเช่นเดียวกับที่มีในอุกกาบาต

แต่ทุกวันนี้ นักดาราศาสตร์กลับนิยมใช้เรดาร์ในการศึกษา NEA เพราะเรดาร์สามารถเห็นวัตถุทุกชนิดที่โคจรห่างจากโลกประมาณ 4,600,000 กิโลเมตรได้หมด โดยการวัดความถี่คลื่นเรดาร์ที่สะท้อนจากผิว NEA และใช้กล้องโทรทรรศน์ธรรมดาเสริม นักดาราศาสตร์ก็สามารถรู้ขนาด รูปทรง สภาพผิว องค์ประกอบ อัตราการหมุนรอบตัวเอง และทิศที่ NEA หมุนได้หมด

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2542 ดาวเคราะห์น้อยดวงหนึ่งชื่อ 1999 BJ8 ได้พุ่งผ่านโลกที่ระยะใกล้ 5 ล้านกิโลเมตร ความใกล้เช่นนี้ได้ทำให้นักดาราศาสตร์สงสัยในที่มาของ NEA ดวงนี้ โดยคนหลายคนคิดว่า มันคงเกิดจากการชนกัน ระหว่างดาวเคราะห์น้อยที่ใหญ่กว่าจึงทำให้เกิดก้อนหินดาวจำนวนมากมาย เมื่อก้อนหินเหล่านี้ถูกแรงโน้มถ่วงจากดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร์กระทำ ก้อนหินดาวเหล่านี้จะพุ่งตกผ่านโลกไป แต่เมื่อนักดาราศาสตร์ใช้คอมพิวเตอร์คำนวณวงโคจรของ ดาวเคราะห์น้อยที่เกิดจากการชนลักษณะนี้ เขาก็พบว่า ก้อนหินดาวเหล่านี้จะถูกดวงอาทิตย์ดึงดูดไปหมด ดังนั้น NEA ชื่อ 1999 BJ8 จึงมิได้มีกำเนิดมากจากการชนระหว่างดาวเคราะห์น้อยด้วยกัน เมื่อข้อสรุปเป็นเช่นนั้น P. Farinella แห่งมหาวิทยาลัย Trieste ในประเทศอิตาลี จึงได้เสนอความเห็นในวารสาร Science ฉบับเดือนมีนาคม พ.ศ. 2543 ว่า เวลาแสงอาทิตย์ตกกระทบ ดาวเคราะห์น้อย มันจะแผ่รังสีความร้อนกลับออกมา ซึ่งมีผลทำให้เกิดแรงดันกระทำที่ตัวของมัน

แรงดันนี้ จะผลักมันเข้าหาหรือออกจากดวงอาทิตย์อย่างไรก็ขึ้นกับทิศทางการหมุนของมัน และถึงแม้ว่า แรงดันนี้จะน้อยนิด แต่เมื่อดาวเคราะห์น้อยมีชีวิตอยู่ได้เป็นล้านล้านปี เราก็สามารถเห็นผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ นักวิทยาศาสตร์เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า Yarkoosky effect ตามชื่อของวิศวกรชาวรัสเซีย ผู้ได้พูดถึงแรงชนิดนี้เป็นครั้งแรก เมื่อ 100 ปีก่อนนี้

และ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2542 สหรัฐอเมริกาได้ส่งยานอวกาศชื่อ NEAR (Near Earth Asteroid Rendezvous) พุ่งเข้าโคจรรอบดาวเคราะห์น้อยชื่อ 433 Eros ด้วยความเร็ว 10 เมตร/วินาที ขณะ Eros อยู่ห่างไกลจากโลก 358 ล้านกิโลเมตร ข้อมูลเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่า Eros มีความยาว 33 กิโลเมตร และกว้าง 13 กิโลเมตร สำหรับที่มาของ Eros นั้น นักดาราศาสตร์ ส่วนใหญ่เชื่อว่า Eros เกิดจากการชนกันระหว่างดาวเคราะห์น้อยที่มีขนาดใหญ่กว่าในบริเวณระหว่างดาว อังคารกับดาวพฤหัสบดี แต่หลังจากการเกิดได้ไม่นาน (1 ล้านปี) มันได้ถูกแรงโน้มถ่วงของดาวพฤหัสบดีดึงดูดมันให้หลุดพ้นจากสถานที่อยู่เดิม ไปมีวงโคจรใหม่ที่ใกล้โลก

ภาพถ่ายที่ได้ในอดีตแสดงให้เห็นว่า การมีอายุน้อยของ NEA ทำให้ผิวของมันแทบไม่มีร่องรอยของหลุมอุกกาบาต แต่ภาพถ่ายที่ได้จาก NEAR ในระยะแรกๆ นี้ กลับแสดงให้เห็นว่า Eros ได้ถูกชนอย่างหนัก และบ่อยกว่าที่คิด นั่นก็หมายความว่า Eros ได้ใช้เวลา ล่องลอยอยู่ในอากาศเป็นเวลานานกว่าที่คิดไว้มาก ภาพถ่ายของ NEAR ยังแสดงให้เห็นธรรมชาติที่ลึกลับหลายประการของมันอีกด้วย เช่น ถึงแม้ว่า Eros จะถูกชนด้วยอุกกาบาตหลายครั้ง แต่มันก็ยังคงสภาพของดาวเป็นดวงอยู่ได้โดยไม่ปริแตก D. Yeomans แห่ง Jet Propulsion Laboratory ที่ Pasadena ในรัฐแคลิฟอร์เนียได้คำนวณพบว่า Eros มีความหนาแน่น 204 กรัม/ลูกบาศก ์เซนติเมตร ซึ่งหนาแน่นพอๆ กับดินบนโลก

ส่วน S. Murchie และ C. Pieters แห่งมหาวิทยาลัย Brown ในสหรัฐอเมริกาได้สังเกตเห็นว่า ด้านแต่ละด้านของ Eros มีสีไม่เหมือนกัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามันประกอบด้วยธาตุที่ไม่เหมือนกัน และนี่ก็คือเหตุผลหนึ่งที่ NASA ส่ง NEAR ไปโคจรรอบ Eros ซึ่ง NEAR จะใช้เวลา 23 วันในการโคจรรอบ Eros ที่ระยะห่าง 327-450 กิโลเมตร ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อให้โลกรู้ว่า Eros ประกอบด้วยธาตุอะไรบ้าง และธรรมชาติที่แท้จริงของมันเป็นอย่างไร

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น