วันศุกร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2553

ค้นหาต้นตระกูลคน


Waypoints Gps
Wholesale Gps
Best Auto Gps
Best Gps Auto
Buy A Gps
Car Gps Device
Car Satellite Navigation
Child Gps Tracking
Garmin 2610 Gps
Garmin External Antenna
Garmin Foretrex 101 Gps
Garmin Gps 18 Usb
Garmin Street Pilot C330
Garmin Streetpilot 2720 Gps
Garmin Streetpilot C320 Gps
Garmin Streetpilot I3 Gps
Gps 296
Gps 496
Gps Auto Tracking
Gps Deal
Gps For Europe
Gps For Truckers
Gps Locators
Gps Magellan Review
Gps Magellan Roadmate 300
Gps Pda Navigation
Gps Product
Gps Stores
Iway 350c
Lowrance Depth Finder
Magellan Explorist 200
Magellan Gps Review
Magellan Gps Units
Magellan Marine Gps
Magellan Roadmate 300 Gps
Marine Electronics Gps
Medion Gps
Mitac Gps
Mobile Gps System
Motorcycle Gps Systems
Portable Car Gps System
Portable Gps Reviews
Rated Best Gps
Tiger Gps
Tom Tom Gps System
Tom Tom Portable Gps
Tomtom Gps Review
Tomtom One Review
Top 10 Gps
Top Rated Gps
Vehicle Gps Systems
Vehicle Tracking Devices
Vehicle Tracking Systems
Auto Navigation Systems
Automotive Navigation System
Best Gps Unit
Buy Gps System
Car Gps Review
Car Gps Reviews
Car Gps Unit
Compare Gps Systems
Fishing Lowrance
Fleet Management Tracking
Garmin 2820 Gps
Garmin 296 Gps
Garmin 496 Gps
Garmin 60cs Gps
Garmin Gps Discount
Garmin Ique 3200
Garmin Streetpilot 2730
Garmin Streetpilot I2
Garmin Streetpilot I5 Gps
Gps Best Prices
Gps Global Positioning Systems
Gps Magellen
Gps Marine Portable
Gps Purchase
Gps Surveillance
Gps Tracking Equipment
Gps Truck Tracking
Gps Unit Car
Live Gps Tracking
Lowrance 500c Gps
Lowrance Fishfinders
Lowrance M68c
Lowrance Reviews
Magellan 360 Gps
Magellan Explorist 100
Magellan Explorist 600
Magellan Gold Gps
Magellan Gps Unit
Magellan Nav
Magellan Roadmate 3000t Gps
Magellan Sportrak Pro
Magellen Gps
Marine Portable Gps
Navman Gps System
Navman Navigation System
Pda Mapping
Personal Gps Tracker



นักชีววิทยาด้านพืชและสัตว์ดึกดำบรรพ์ทุกคนรู้ดีว่า การขุดพบฟอสซิลของสิ่งมีชีวิตอะไรก็ตาม แม้แต่เพียงชิ้นเดียวก็สามารถล้มล้างความคิดและทฤษฎีเก่าๆ ที่เคยยึดถือกันมาได้ ดังเช่นเมื่อ 77 ปี ที่ Raymond Dart ได้พบกะโหลกศีรษะที่หมู่บ้าน Taung ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เมือง Kemberley ทางตอนใต้ของแอฟริกา การพบกระดูกกะโหลกชิ้นนั้น เป็นหลักฐานที่แสดงว่า ทฤษฎีวิวัฒนาการของ Charles Darwin ถูกต้องคือบรรพบุรุษของคนทุกคนเคยอยู่ในทวีปแอฟริกา

นับเป็นเวลากว่า 150 ปี ที่เราเคยเชื่อว่า มนุษย์ปัจจุบันกับลิงอุรังอุตังนั้น มีพันธุกรรมร่วมกัน แต่มา ณ วันนี้หลักฐานที่ได้จากกระดูกฟันและการตรวจวิเคราะห์ DNA แสดงให้เห็นว่า มนุษย์ปัจจุบันกับลิงชิมแพนซีมีเส้นทางของวิวัฒนาการใกล้เคียงกันมาก การเปรียบเทียบความแตกต่างของ DNA แสดงให้เห็นว่า เมื่อ 5-7 ล้านปีมาแล้ว มนุษย์กับลิงชิมแพนซีมีบรรพบุรุษร่วมกัน แล้วจากนั้นเส้นทางของวิวัฒนาการก็ได้แยกจากกัน

ในอดีตที่ผ่านมา นักชีววิทยาของมนุษย์ดึกดำบรรพ์ไม่ประสบความสำเร็จในการค้นหามนุษย์โบราณที่มีอายุกว่า 2 ล้านปี จนกระทั่ง Dart ได้พบกะโหลกที่ Taung แต่หลังจากนั้น การขุดพบกระดูกก็ประสบความสำเร็จมากขึ้นเช่น ได้พบกระดูกอายุตั้งแต่ 3-3.5 ล้านปี ที่ Rift Valley ใน Tanzania ที่ Middle Awash ใน Ethiopia ที่ Lukeino ใน Kenya และปี 2544 ที่ผ่านมานี้ ที่ Toros-Menalla ในทะเลทรายชื่อ Djurab ของประเทศ Chad นักชีววิทยาชื่อ Michel Brunet ก็ได้รายงานการพบกระดูกกะโหลกของมนุษย์คนแรกที่มีอายุถึง 7 ล้านปี

อันนักบรรพชีวินวิทยาชื่อ Michel Brunet แห่งมหาวิทยาลัย Poitiers ในฝรั่งเศสผู้นี้ มีความเชี่ยวชาญด้านสัตว์ดึกดำบรรพ์มาก เขาเคยขุดพบฟอสซิลของช้าง จระเข้และมนุษย์มากมายใน Afghanistan, Pakistan และ Chad ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ดัง จนกระทั่งถึงหน้าร้อนของปี พ.ศ. 2544 เขากับคณะนักสำรวจซึ่งประกอบด้วยนักวิทยาศาสตร์จาก 10 ประเทศ ก็ประสบความสำเร็จสูงสุด เมื่อนักสำรวจคนหนึ่งได้เห็นกะโหลกของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอย่างบังเอิญในทะเลทราย Djurab ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ Chad และเมื่อลูกทีมซึ่งเป็นเพียงนิสิตฝึกงานได้นำฟอสซิลกะโหลกชิ้นนั้นมาให้ Brunet ดู เขาก็รู้ทันทีว่า กะโหลกที่พบนั้นนอกจากเป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาแล้ว ยังยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 100 ปีที่ผ่านมาด้วย

ภาพกะโหลกศีรษะที่ Brunet พบ ได้ถูกนำขึ้นปกของวารสาร Nature อันเป็นวารสารวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลก ฉบับวันที่ 11 กรกฎาคม ศกนี้ การวัดอายุโดยอาศัยเทคโนโลยีนิวเคลียร์ แสดงให้เห็นว่า มันเป็นกะโหลกที่มีอายุ 6-7 ล้านปี ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่า มันเป็นกะโหลกมนุษย์ดึกดำบรรพ์ที่โบราณที่สุดในโลก แม้กะโหลกที่โบราณลำดับสอง ก็ยังมีอายุน้อยกว่ากะโหลกที่ Brunet พบถึง 3 ล้านปี

ไม่เพียงแต่รูปร่างและโครงสร้างของกะโหลกเท่านั้นที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์สนใจและประหลาดใจ แม้แต่สถานที่พบก็ยังทำให้นักวิชาการต่างๆ ประหลาดใจเช่นกัน เพราะฟอสซิลที่พบฝังอยู่ในแอฟริกาตะวันตก แทนที่จะอยู่ในแอฟริกาตะวันออก ดังเช่นฟอสซิลอื่นๆ โดยอยู่ห่างประมาณ 2,500 กิโลเมตร

การพบฟอสซิล 6 ชิ้น ที่ชิ้นหนึ่งมีกระดูก cranium ห่อหุ้มสมองเกือบสมบูรณ์ อีกทั้งมีกระดูกกราม 2 ชิ้น ฟัน 3 ซี่ ทำให้ Brunet กับคณะตั้งชื่อมนุษย์พันธุ์ใหม่นี้ว่า Sahelanthropus tchadensis และตั้งชื่อเล่นของมันว่า Toumai ซึ่งเป็นคำในภาษา Chad ที่แปลว่า ความหวังของชีวิต ตามประเพณีการตั้งชื่อเด็กชายที่คลอดในฤดูร้อนของคนแถบนั้น นอกจากจะพบ Toumai แล้ว Brunet ยังพบฟอสซิลของจระเข้ ช้าง และสัตว์อื่นๆ อีกหลายชนิดด้วย

ตัวเลขอายุ 6-7 ล้านปีของ Toumai ทำให้นักชีววิทยาด้านมนุษย์ดึกดำบรรพ์ต้องทบทวนการลำดับต้นตระกูลคนใหม่ คือแทนที่บรรพบุรุษของมนุษย์กับของลิงชิมแพนซีจะแยกทางกันเดินเมื่อ 5 ล้านปีก่อน ตามที่เคยเข้าใจกัน Toumai ทำให้เรารู้ว่า เวลาที่บรรพบุรุษของคนกับของบรรพสัตว์ของลิงชิมแพนซีแยกทางกัน วิวัฒนาการนั้น ได้เกิดขึ้นเมื่อ 7 ล้านปีมาแล้ว

การพินิจพิจารณากะโหลกของ Toumai แสดงให้เห็นว่า ถ้าเราดูจากด้านหลัง มันจะมีลักษณะเหมือนลิงชิมแพนซี แต่ถ้าดูจากด้านหน้ามันจะเหมือนคนสมัยเมื่อ 1.75 ล้านปีก่อน ยิ่งกว่า Australopithecus Afarensis หรือที่เรารู้จักกันในนามว่า Luck อายุ 3.2 ล้านปี ขนาดของกะโหลกแสดงให้เห็นว่า Toumai มีสมองใหญ่เท่าลิงชิมแพนซี มีตา 2 ข้างห่างกันเหมือนลิงกอริลล่า มีฟันหน้าที่ค่อนข้างใหญ่ แต่รูปร่างของเขี้ยว ฟันและกะโหลกส่วนล่างแสดงให้เห็นว่า เป็นคน เพศชาย เพราะมีกระดูกเหนือคิ้วที่ค่อนข้างหนา อนึ่ง กะโหลกนั้นมีปริมาตรตั้งแต่ 320-380 ลูกบาศก์เซนติเมตร

Toumai skull
ภาพจาก : http://www.talkorigins.org/faqs/homs/toumai.html

การศึกษาโครงสร้างของ Toumai ได้ทำให้นักชีววิทยารู้สึกอดเปรียบเทียบกับมนุษย์ Ardipithecus ramidus ที่เคยอาศัยอยู่ใน Middle Awash ใน Ethiopia เมื่อ 4.4-5.8 ล้านปีก่อนไม่ได้ว่า A. ramidus หรือ S. tchadensis ใครเกิดก่อนกัน หรือแม้แต่ Arrorin tugensis ที่เคยอาศัยอยู่ที่ Lukeino ในประเทศ Kenya เมื่อ 6 ล้านปีก่อน ก็มีคนสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับมนุษย์พันธุ์ที่เพิ่งพบใหม่อย่างไร

และก็ได้คำตอบว่า Toumai กับ A. ramidus นั้น เกี่ยวข้องกัน ส่วน Arrorin นั้น ไม่สามารถนำมาเปรียบกับ Toumai ได้ เพราะ Arrorin มีแต่ฟันและกระดูกแขน แต่ไม่มีกะโหลก ถึงอย่างไรก็ตาม เขี้ยวของ Arrorin ก็ยังมีลักษณะคล้ายกับลิงชิมแพนซีมากกว่า Toumai W. Brigitte Senut แห่ง National Museum of Natural History ที่กรุงปารีส ได้กล่าวเตือนว่า ถ้ากะโหลกที่พบเป็นกะโหลกของสตรี Toumai ก็น่าจะเป็นบรรพสัตว์ของลิงกอริลล่ายิ่งกว่าของคน

จึงเป็นว่า ข้อถกเถียงทั้งหลายจะยุติ ถ้า Brunet สามารถพบกระดูกอีก 2-3 ชิ้น ซึ่งสามารถแสดงให้เห็นได้ว่า Toumai มีสองขาและใช้ขาทั้ง 2 ในการเดิน ซึ่งความสามารถเช่นนี้จะทำให้ Toumai เป็นคนทันที

แต่เมื่อยังไม่มีใครพบอะไร ดังนั้น วงการนักวิชาการจึงมีความเห็นว่า กะโหลกศีรษะที่พบใหม่นี้ มีลักษณะที่แตกต่างจากกะโหลกอื่นๆ ทั้งหมดที่เคยพบ และในขณะเดียวกัน มันก็เป็นไปได้ว่า บรรพบุรุษของคนอาจมีรูปร่างหลายแบบ และเรามนุษย์ปัจจุบันยังไม่เห็นและยังไม่พบความหลากหลายที่ว่านี้หมดเลย Toumai จึงอาจเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของมนุษย์ในเส้นทางวิวัฒนาการที่มีมากมาย นั่นคือ ชาวโลกยังต้องตั้งหน้าตั้งตาและตั้งใจคอยดูกระดูกกะโหลกดึกดำบรรพ์ชิ้นใหม่จากแอฟริกา เราจึงจะรู้ว่าคนเรามาจากไหน และเมื่อไรครับ

Petra :ศิลานครที่โลกลืม


Tomtom Go 700
Tomtom Reviews
Vehicle Gps Navigation System
Vehicle Tracking Device
Vent Gps Mount
Which Gps
Automobile Gps Systems
Automotive Gps Navigation
Best Gps Navigation
Best Handheld Gps
Best Navigation Gps
Buy Garmin Gps
Compact Flash Gps
Explorist 210
Garmin 340
Garmin Aviation Gps
Garmin C320 Gps
Garmin Gps Sale
Garmin Hand Held Gps
Garmin Magellan Gps
Garmin Navigation Systems
Garmin Rino 120 Gps
Gps Antennas
Gps For Auto
Gps Global Positioning System
Gps Magellan Roadmate 700
Gps Navigation Best
Gps Oem
Gps On Sale
Gps Satellite Navigation
Gps Tomtom Go 910
Ique 3600 Gps
Magellan Explorist 500
Magellan Gold
Magellan Gps 800
Magellan Gps Reviews
Magellan Gps Software
Magellan Reviews Gps
Magellan Roadmate 3000t
Magellan Roadmate 700 Gps
Mobile Navigation System
Pharos Gps Receiver
Portable Gps Vehicle Navigation
Streetpilot 2620
Streetpilot 2820
Streetpilot 7500
Streetpilot I5
Tom Tom Rider
Tomtom Go 910 Gps
Tomtom Rider Gps
Tomtom Vs Garmin
Voice Recognition Gps
Cellphone Gps
Cheap Gps Systems
Consumer Reports Gps
Covert Gps Tracking
Garmen Gps
Garmin 60c
Garmin Emap
Garmin Etrex C
Garmin Gps Ique 3600
Garmin I3 Gps
Garmin Streetpilot 2620
Garmin Streetpilot 2820
Garmin Streetpilot 7500
Garmin Streetpilot I5
Gps Comparisons
Gps Info
Gps Navigation Device
Gps Navigation Review
Gps Navigation Reviews
Gps Ratings And Reviews
Gps Reviews And Ratings
Gps Systems Cheap
Gps Wholesale
Gpsmap 60cs
Gsm Gps Tracking
Handheld Gps Reviews
Lowrance Fish Finders
Lowrance Iway 500c
Magellan Explorist 210
Magellan Gps 315
Magellan Roadmate 2000 Gps
Magellan Roadmate 360
Magellan Roadmate 6000t
Magellan Roadmate 800 Gps
Magellan Sportrak Gps
Nav Systems
Navigation Gps Device
Navman Gps Navigation
Notebook Gps
Palm Gps Software
Pda Gps Receiver
Poi Gps
Portable Car Navigation System
Portable Gps Navigation Systems
Streetpilot 2730
Tmc Gps
Tom Tom 910
Tomtom Go 510 Gps



เมื่อจักรพรรดิ Napoleon ยึดครองอียิปต์ได้ในปี พ.ศ. 2341 พระองค์ทรงให้นักวิชาการ (นักประวัติศาสตร์ ,นักโบราณคดี ฯลฯ) ศึกษาอารยธรรมอียิปต์ การรู้ขนบธรรมเนียมที่แปลกและแตกต่างจากอารยธรรมยุโรป ทำให้อียิปต์และดินแดนตะวันออกกลางกลายเป็นแหล่งผจญภัย และแสวงหาโชคลาภของนักเดินทางมากมาย และหนึ่งในบรรดานักผจญภัยนั้นคือ Johann Ludwig Burckhardt ชาวสวิสผู้ได้ปลอมตัวเป็นชาวอินเดีย (เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง) ออกสำรวจแม่น้ำไนล์จนพบมหาวิหาร Rameses ที่ 2 ที่ Abu Simbel และได้เดินทางข้ามทะเลแดงไปซีเรียแล้วเดินทางต่อไปถึง Mecca ในเวลาต่อมา และได้เสียชีวิตที่นั่น

ผลงานที่สำคัญชิ้นหนึ่งของ Burckhardt คือการได้พบศิลานครสีชมพูที่เมือง Petra ในประเทศจอร์แดนทางใต้ ซึ่งไม่มีชาวยุโรปใดได้พบเห็นมาก่อนเป็นเวลานานร่วม 1,000 ปี นครแห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางการค้าในสมัยโบราณ การถูกปิดล้อมด้วยภูเขาสูง โดยมีทางเข้าผ่านโตรกเขาแคบๆ ที่วกเวียนเป็นระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร แต่ Burckhardt ก็ไม่สามารถใช้เวลาสำรวจตัวเมืองได้นาน เพราะเกรงว่าชาวอาหรับที่เป็นไกด์นำทางจะไม่พอใจที่ตนจะมาขโมยทรัพย์สมบัติของฟาโรห์ที่ซุกซ่อนในนครลับแลนี้ เขาจึงตัดสินใจเดินทางออกจากเมือง และก็ได้บันทึกเรื่องราวการพบเห็นศิลานคร Petra ในหนังสือชื่อ Travels in Syria and the Holy Land

การได้อ่านหนังสือของ Burckhardt ทำให้นักท่องเที่ยวมากมายหลั่งไหลมาชมนครลึกลับ และทุกคนก็รู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นอาคารหินที่เกิดจากการสกัดหินภูเขาเห็นถนนหนทาง วิหาร โรงละครกลางแจ้ง สุสานที่โอ่อ่าอลังการที่สูงถึง 35 เมตร จนกวี John Burgon ถึงกับประพันธ์คำบรรยายว่า Petra เป็น A rose-red city-half as old as Time

คำถามที่นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีใคร่รู้คำตอบคือ ใครเป็นผู้สร้างศิลานครนี้สร้างเมื่อใด และด้วยเหตุผลกลใด ชาวเมืองจึงทิ้งเมืองให้เป็นเมืองร้างมานานร่วม 1,000 ปี

การศึกษาค้นคว้าในเวลาต่อมาทำให่เรารู้ว่า ชนเผ่า Nabataean (คำ คำนี้มาจากคำอาหรับ anbata ซึ่งแปลว่า ค้นหาน้ำ) เป็นผู้สร้างนครตั้งแต่สมัยคริสตกาล และการที่เรียกชื่อว่า พวกขุดค้นหาน้ำ เพราะเมืองนี้อยู่ลึกในหุบเขา ใกล้ทะเลทราย และมีฝนตกไม่เกินปีละ 2 เซนติเมตร


สถานที่ฝังศพของชนเผ่า Nabataean ที่สร้างโดยการแกะสลักภูเขาหิน ในเมือง Petra ประเทศจอร์แดน
ทางเข้า Petra

ในคัมภีร์ไบเบิลก็มีการกล่าวถึงชนเผ่า Nabataean (แต่เรียกชื่อเพี้ยนเป็น Nabaioth) ว่าเป็นพวกเบดูอิน (bedouin) ที่ร่อนเร่อยู่ในทะเลทรายทางตอนเหนือของประเทศ Saudi Arabia และได้เดินทางเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ทางตอนใต้ของประเทศจอร์แดนในราวปี พ.ศ. 230 หลังจากที่จักรพรรดิ Alexander มหาราชสิ้นพระชนม์ได้ประมาณ 10 ปี ในการอพยพเข้ามาของชนเผ่า Nabataean นั้น นักประวัติศาสตร์กรีกชื่อ Diodorus Siculus ได้บันทึกว่า ถูกชนพื้นเมืองเผ่าอื่นๆ ต่อต้าน แต่ก็สู้ชนเผ่า Nabataean ไม่ได้ จึงต้องยกทรัพย์สินที่ดินและอูฐ 700 ตัวให้เป็นกำนัล การเข้ายึดครองดินแดนแถบนั้น ทำให้อาหรับ Nabataean พบว่าเมือง Petra ตั้งอยู่บนเส้นทางของกองคาราวานอูฐที่เดินทางผ่านจาก Mecca ขึ้นไปจนถึงฝั่งตะวันออกของทะเล Mediteranean และจาก Damacus ไปจดทะเลแดง เพราะกองอูฐคาราวานใช้เส้นทางนี้ขนเครื่องเทศ งาช้าง น้ำหอม ปะการัง กำยาน เกลือ ทอง และทาสไปๆ มาๆ การมีสลัดทะเลทรายมากมายทำให้การเดินทางไม่ปลอดภัย ดังนั้น ชนเผ่า Nabataean จึงเรียกค่าธรรมเนียมทางผ่าน และค่ารักษาความปลอดภัยจากบรรดาพ่อค้า และนักธุรกิจเหล่านั้น ทำให้มีเงินและมีฐานะดีขึ้นมาก จนสามารถสร้างอารยธรรมของตนขึ้นมาได้ในราว พ.ศ. 400

แต่ในเวลานั้น แผ่นดินตะวันออกกลางกำลังระส่ำระสาย เพราะจักรพรรดิ Alexander มหาราช กำลังจะเปลี่ยนแปลงอารยธรรมอาหรับให้เป็นอารยธรรมกรีก โดยกำหนดให้ดินแดนทุกแห่งที่พระองค์ทรงยึดครองได้เปลี่ยนประเพณี ความเชื่อ การทหาร สถาปัตยกรรม วรรณกรรม ศาสนา และปรัชญาไปรับอารยธรรมกรีกหมด อารยธรรมอาหรับยุคนั้นจึงถูกคุกคามมาก และนี่ก็คือสถานการณ์ที่ชนเผ่า Nabataean ต้องเผชิญ

การศึกษาประวัติศาสตร์ของชนเผ่านี้ในเวลาต่อมา แสดงให้เห็นว่า ชนเผ่า Nabataean ได้ผสมผสานอารยธรรมของตนกับอารยธรรมตะวันตกอย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้ยอมรับอารยธรรมกรีกเข้ามามาก จากการเป็นชนเร่ร่อนในทะเลทรายที่ไม่มีบ้านเรือนเป็นหลักแหล่ง ก็รู้จักสร้างวิหาร สุสานฝังศพ ถนนหนทางตามแบบกรีก แบบโรมัน รู้จักสร้างเสาหินและที่บนยอดเสา มีรูปแกะสลักเป็นหัวช้าง รู้จักแกะสลักรูปปั้นของเทพเจ้า Dushara ที่ชาว Nabataean นับถือว่าทรงประทานฝน และความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ชาวเมือง และรู้จักแกะสลักรูปปั้นของเทพกรีก Nike แห่งโหราศาสตร์ เป็นต้น

อารยธรรม Nabataean ได้เจริญรุ่งเรืองขึ้นตามลำดับ ชาวเมืองรู้จักทำถ้วยชาม ด้วยเครื่องปั้นดินเผา ซึ่งเป็นของแปลก เพราะชนเบดูอินที่เร่ร่อนไม่ใช้เครื่องปั้นดินเผา รู้จักทำตะเกียง แต่ตะเกียงที่ขุดพบมีรูปทรงเดียวกันหมด แสดงว่า ในเมืองมีร้านทำตะเกียงเพียงร้านเดียว ที่ทำตะเกียงให้คนทั้งเมืองใช้ การขุดพบแจกันที่ทำด้วยหินอ่อน และมีรูปเสือเกาะที่ขอบแจกัน แสดงว่า เป็นแจกันที่เคยใช้ในสวนของชาว Nabataean ที่มั่งคั่ง และการที่มีขนาดใหญ่แสดงว่า แจกันนี้คงเคยเป็นภาชนะที่ใช้ล้างมือด้วย แต่ประเด็นที่ทำให้นักประวัติศาสตร์หลายคนสนใจมากที่สุดคือ เหตุใด Petra ซึ่งตั้งอยู่ในหุบเขาที่แห้งแล้ง จึงสามารถมีสวนได้ ซึ่งนั่นก็แสดงว่าชาว Nabataean มีวิธีทดน้ำ และมีความรู้ด้านวิศวกรรมชลประทานสูง จึงสามารถทดน้ำจากภูเขามาหล่อเลี้ยงผู้คน 20,000 คนในเมืองได้ การขุดพบท่อลำเลียงน้ำที่ทำด้วยดินเหนียวขนาดกว้าง 7 นิ้ว ซึ่งสามารถลำเลียงน้ำได้นาทีละ 4 แกลลอน จึงยืนยันว่า ชนเผ่า Nabataean เก่งในการขุดหาน้ำจริงสมชื่อ

อาณาจักร Nabataean ดำรงความเป็นเอกราชมาได้นาน จนกระทั่งปี พ.ศ. 549 ก็ถูกกองทัพโรมันสกัดปิดทางเข้าเมือง และตัดท่อน้ำ ความหิวโหยและความกระหายน้ำทำให้ชาวเมืองต้องยอมตกอยู่ใต้การปกครองของจักรพรรดิโรมันชื่อ Trajan

และเมื่อแม่ทัพโรมันสั่งย้ายถนนค้าขายมิให้กองอูฐคาราวานเดินทางผ่าน Petra อีกต่อไป ชาว Nabataean จึงสูญเสียรายได้มหาศาล แต่ก็ยังสามารถดำรงสภาพความเป็นอาณาจักรอยู่ได้อีก 200 ปีต่อมา ได้เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ทำให้ระบบการลำเลียงน้ำแตกสลาย ชาวเมืองจึงเดือดร้อนมาก แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ภัยแล้งอีก ชาวเมืองจึงต้องขอให้นักบวช Barsauma ทำพิธีขอฝน และเมื่อฝนตกชาว Nabataean ก็ได้เลิกนับถือเทพเจ้า Dushara และหันมานับถือคริสต์ศาสนาแทน จนกระทั่งถึงปี พ.ศ.750 เมื่อจักรพรรดิโรมันเริ่มสลาย ชาว Nabataean ซึ่งตกอยู่ใต้การปกครองของโรมันก็เริ่มลำบาก และเริ่มทิ้งเมือง Petra และเมื่อถึงปี พ.ศ. 1200 Petra ก็ได้กลายเป็นเมืองร้างอย่างสมบูรณ์ ที่ไม่มีใครพูดถึงอีกเลย จนกระทั่งอีก 1,000 ปีต่อมา

ขณะนี้จนกระทั่งถึงวันที่ 6 กรกฎาคม ปีนี้ที่ American Museum of Natural History ที่ New York มีการแสดงนิทรรศการเรื่อง Petra : Lost City of Stone

พวกเราที่ไม่สามารถ (ขาดเงินและไม่มีเวลา) ก็สามารถดูได้จาก www.amnh.org/exhibitions/petra ครับ

NEA: ดาวเคราะห์น้อยโคจรใกล้โลก


Kirby Toys
Rocking Toys
Custom Toys
Educational Wooden Toys
Catnip Toys
Pitbull Toys
Gremlins Toys
Sandbox Toys
Waiting Room Toys
Wader Toys
Ratatouille Toys
Teenage Mutant Ninja Turtles Toys
Vintage Star Wars Toys
Mr Men Toys
Cheap Baby Toys
Role Play Toys
Cubicle Toys
Play Therapy Toys
Nightmare Before Christmas Toys
Noah'S Ark Toy
Backyard Toys
Solar Powered Toys
Jaws Toys
Wild Planet Toys
Plush Dog Toys
Power Rangers Mystic Force Toys
Nursery Toys
Bunny Toys
Lion King Toys
Electric Toys
Evil Knievel Toys
Second Hand Toys
Woody Toy
Promotional Toys
Wholesale Dog Toys
Transformers Armada Toys
Barbone Toy
Tootsie Toys
Cheap Kids Toys
Brum Toys
Fur Real Toys
Tudor Toys
Fairy Toys
Stress Relief Toys
Cast Iron Toys
Tp Activity Toys
Swimming Toys
Medieval Toys
Brushwood Toys
Brain Toys
Hot Christmas Toys
Modern Toys
Civil War Toys
Pool Toy
Knex Toys
Lamaze Baby Toys
Hamtaro Toys
Police Toys
Jasman Toys
Best Christmas Toys
Kettler Toys
Russian Toys
Elc Toys
Glow Toys
Street Sharks Toys
Cowboy Toys
Crash Bandicoot Toys
Macross Toys
Fish Toys
Yugioh Toys
Bleach Toys
Power Rangers Operation Overdrive Toys
Batman The Dark Knight Toys
Miniature Toys
Building Blocks Toys
Learning Curve Toys
Digimon Toy
Pingu Toys
Letterbox Toys
Triang Toys
Care Bears Toys
Fair Trade Toys
Cool Kids Toys
Kubrick Toys
Monsters Inc Toys
Discount Dog Toys
Plastic Toy
Rocking Horse Toy
Todd Mcfarlane Toys
Bargain Toys
Horror Toys
Capsule Toys
American Plastic Toys
Best Kids Toys
Big Dog Toys
Metal Gear Solid Toys
Balamory Toys
Reel Toys
Specialty Toys
Tiny Toys


เมื่อประมาณ 100 ปีก่อนนี้ ไม่มีใครในโลกให้ความสำคัญในตัวดาวเคราะห์น้อย (asteroid) เลย เพราะนักดาราศาสตร์ มีความเห็นว่า ดาวเคราะห์น้อยคือขยะอวกาศ ที่สร้างความยุ่งยากให้แก่นักดาราศาสตร์ที่เวลาต้องการจะดูดาวต่างๆ แล้วถูกดาวเคราะห์น้อยโคจร เข้ามาบดบัง


แต่บัดนี้ ความคิดเช่นนั้นได้ถูกปรับเปลี่ยนไปจนหมดสิ้นแล้ว เพราะนักดาราศาสตร์ได้พบแล้วว่า ดาวเคราะห์น้อยเป็นองค์ประกอบ ที่สำคัญองค์หนึ่งของสุริยจักรวาล ที่สามารถบอกให้เรารู้ว่า สุริยจักรวาลมีประวัติความเป็นมาอย่างไร และเมื่อคนทั่วไปรู้อีกว่า เวลาดาวเคราะห์น้อยพุ่งชนโลก สิ่งมีชีวิต เช่น ไดโนเสาร์สามารถ สูญพันธุ์ได้ ความสนใจในดาวเคราะห์น้อยก็ยิ่งมีมากขึ้นเป็นทวีคูณ

ภาพจาก : http://www.msnbc.com/news/368661.asp?cp1=1

ดาวเคราะห์น้อยเป็นชื่อเรียกของดาวเคราะห์ที่มีขนาดเล็ก ดาวเคราะห์น้อยบางดวงโคจรใกล้ดวงอาทิตย์ยิ่งกว่าโลก แต่บางดวงก็โคจรอยู่ไกลยิ่งกว่าดาวพลูโต จะอย่างไรก็ตาม นักดาราศาสตร์ได้พบว่า ดาวเคราะห์น้อยส่วนใหญ่มีวงโคจรอยู่ ระหว่างดาวอังคารกับดาวพฤหัสบดีดาวเคราะห์น้อยที่นักดาราศาสตร์พบขณะนี้มีกว่า 8,500 ดวงแล้ว และมีชื่อเรียกต่างๆ กัน เช่น 1 Ceres ที่ G. Piazzi พบในปี พ.ศ. 2344 นั้น มีเส้นผ่าศูนย์กลางยาว 953 กิโลเมตร เลข 1 ที่นำหน้าชื่อแสดงลำดับการค้นพบ ซึ่งในกรณีนี้ Ceres คือดาวเคราะห์น้อยดวงแรกที่นักดาราศาสตร์เห็น ส่วน 243 Ida ที่ J.Palisa พบในปี พ.ศ. 2448 นั้น มีขนาด 56x15 กิโลเมตร เป็นดาวเคราะห์น้อยที่มีดวงจันทร์เล็กๆ เป็นบริวาร และ 2,062 Aten ที่ E. Helin พบในปี พ.ศ. 2519 มีเส้นผ่าศูนย์กลางยาว 0.9 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์พอๆ กับโลกคือ 145.05 ล้านกิโลเมตรเท่านั้นเอง (โลกอยู่ห่าง จากดวงอาทิตย์ 150 ล้านกิโลเมตร) ดาวเคราะห์น้อยดวงนี้จึงมีสิทธิ์ "ชน" โลก นักดาราศาสตร์เรียกเหล่าดาวเคราะห์น้อย ที่มีวงโคจรใกล้โลกว่า NEA (Near Earth Asteroid)

ณ วันนี้ วงการดาราศาสตร์ทั่วโลก มีโครงการต่างๆ มากมายที่ติดตามและค้นหา NEA โครงการเหล่านี้ ได้แก่ NEAT (Near Earth Asteroid Tracking) และ LINEAR (Lincoln Near Earth Asteroid Research) ซึ่งกำลังค้นหา NEA อย่างจริงจัง จนทำให้เราพบเห็นมันกว่า 600 ดวงแล้ว และกว่า 200 ดวง ของ NEA เหล่านี้มีเส้นผ่าศูนย์กลางยาวกว่า 1 กิโลเมตร นักดาราศาสตร์คาดว่า หากค้นให้ดี NEA คงมีประมาณ 2,000 ดวง

ปัญหาใหญ่ที่ทำให้การค้นหา NEA เป็นไปอย่างยากลำบากคือ ความสว่างของมัน ซึ่งมีน้อยมาก เพราะนักดาราศาสตร์ได้พบว่า มันจะสว่างสุกใสที่สุด ก็เมื่อมันอยู่ใกล้โลกที่สุดเท่านั้น แต่พอมันโคจรผ่านไกลออกไปแล้ว เราแทบจะมองไม่เห็นมันเลย ฉะนั้น ช่วงเวลาที่จะเห็น NEA จึงเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่นานเพียง 2-3 อาทิตย์เท่านั้นเอง แล้วหลังจากนั้นมันก็จะหายไปเป็นปี จึงจะหวนกลับมาให้เราเห็นอีก

อนึ่ง นักดาราศาสตร์ได้พบว่า เขาสามารถใช้กล้องโทรทรรศน์ธรรมดาหาความเร็วในการหมุนรอบตัวเองของ NEA ได้ โดยการสังเกตดูแสงที่สะท้อนจากผิวของมัน ความเข้มและความยาวคลื่นของแสงสะท้อนสามารถบอกให้เรารู้ว่า NEA หมุนรอบตัวเองเร็วหรือช้าเพียงใด เทคนิคนี้ยังบอกให้เรารู้ว่า NEA บางดวงหมุนรอบตัวเองโดยใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นเอง แต่บางดวงก็ใช้เวลานานเป็นวันเช่น 433 Eros หมุนรอบตัวเองใน 5.3 ชั่วโมง แต่ 10 Hygiea ใช้เวลานานถึง 27.5 ชั่วโมง เป็นต้น แสงสะท้อนจาก NEA ยังสามารถบอกรูปร่างและแนวที่มันหมุนรอบตัวเองได้อีกด้วย ข้อมูลเหล่านี้ทำให้เรารู้ว่า NEA ส่วนใหญ่มีแร่ silicate, pyroxene, olivine และอินทรีย์โมเลกุลต่างเช่นเดียวกับที่มีในอุกกาบาต

แต่ทุกวันนี้ นักดาราศาสตร์กลับนิยมใช้เรดาร์ในการศึกษา NEA เพราะเรดาร์สามารถเห็นวัตถุทุกชนิดที่โคจรห่างจากโลกประมาณ 4,600,000 กิโลเมตรได้หมด โดยการวัดความถี่คลื่นเรดาร์ที่สะท้อนจากผิว NEA และใช้กล้องโทรทรรศน์ธรรมดาเสริม นักดาราศาสตร์ก็สามารถรู้ขนาด รูปทรง สภาพผิว องค์ประกอบ อัตราการหมุนรอบตัวเอง และทิศที่ NEA หมุนได้หมด

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2542 ดาวเคราะห์น้อยดวงหนึ่งชื่อ 1999 BJ8 ได้พุ่งผ่านโลกที่ระยะใกล้ 5 ล้านกิโลเมตร ความใกล้เช่นนี้ได้ทำให้นักดาราศาสตร์สงสัยในที่มาของ NEA ดวงนี้ โดยคนหลายคนคิดว่า มันคงเกิดจากการชนกัน ระหว่างดาวเคราะห์น้อยที่ใหญ่กว่าจึงทำให้เกิดก้อนหินดาวจำนวนมากมาย เมื่อก้อนหินเหล่านี้ถูกแรงโน้มถ่วงจากดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร์กระทำ ก้อนหินดาวเหล่านี้จะพุ่งตกผ่านโลกไป แต่เมื่อนักดาราศาสตร์ใช้คอมพิวเตอร์คำนวณวงโคจรของ ดาวเคราะห์น้อยที่เกิดจากการชนลักษณะนี้ เขาก็พบว่า ก้อนหินดาวเหล่านี้จะถูกดวงอาทิตย์ดึงดูดไปหมด ดังนั้น NEA ชื่อ 1999 BJ8 จึงมิได้มีกำเนิดมากจากการชนระหว่างดาวเคราะห์น้อยด้วยกัน เมื่อข้อสรุปเป็นเช่นนั้น P. Farinella แห่งมหาวิทยาลัย Trieste ในประเทศอิตาลี จึงได้เสนอความเห็นในวารสาร Science ฉบับเดือนมีนาคม พ.ศ. 2543 ว่า เวลาแสงอาทิตย์ตกกระทบ ดาวเคราะห์น้อย มันจะแผ่รังสีความร้อนกลับออกมา ซึ่งมีผลทำให้เกิดแรงดันกระทำที่ตัวของมัน

แรงดันนี้ จะผลักมันเข้าหาหรือออกจากดวงอาทิตย์อย่างไรก็ขึ้นกับทิศทางการหมุนของมัน และถึงแม้ว่า แรงดันนี้จะน้อยนิด แต่เมื่อดาวเคราะห์น้อยมีชีวิตอยู่ได้เป็นล้านล้านปี เราก็สามารถเห็นผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ นักวิทยาศาสตร์เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า Yarkoosky effect ตามชื่อของวิศวกรชาวรัสเซีย ผู้ได้พูดถึงแรงชนิดนี้เป็นครั้งแรก เมื่อ 100 ปีก่อนนี้

และ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2542 สหรัฐอเมริกาได้ส่งยานอวกาศชื่อ NEAR (Near Earth Asteroid Rendezvous) พุ่งเข้าโคจรรอบดาวเคราะห์น้อยชื่อ 433 Eros ด้วยความเร็ว 10 เมตร/วินาที ขณะ Eros อยู่ห่างไกลจากโลก 358 ล้านกิโลเมตร ข้อมูลเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่า Eros มีความยาว 33 กิโลเมตร และกว้าง 13 กิโลเมตร สำหรับที่มาของ Eros นั้น นักดาราศาสตร์ ส่วนใหญ่เชื่อว่า Eros เกิดจากการชนกันระหว่างดาวเคราะห์น้อยที่มีขนาดใหญ่กว่าในบริเวณระหว่างดาว อังคารกับดาวพฤหัสบดี แต่หลังจากการเกิดได้ไม่นาน (1 ล้านปี) มันได้ถูกแรงโน้มถ่วงของดาวพฤหัสบดีดึงดูดมันให้หลุดพ้นจากสถานที่อยู่เดิม ไปมีวงโคจรใหม่ที่ใกล้โลก

ภาพถ่ายที่ได้ในอดีตแสดงให้เห็นว่า การมีอายุน้อยของ NEA ทำให้ผิวของมันแทบไม่มีร่องรอยของหลุมอุกกาบาต แต่ภาพถ่ายที่ได้จาก NEAR ในระยะแรกๆ นี้ กลับแสดงให้เห็นว่า Eros ได้ถูกชนอย่างหนัก และบ่อยกว่าที่คิด นั่นก็หมายความว่า Eros ได้ใช้เวลา ล่องลอยอยู่ในอากาศเป็นเวลานานกว่าที่คิดไว้มาก ภาพถ่ายของ NEAR ยังแสดงให้เห็นธรรมชาติที่ลึกลับหลายประการของมันอีกด้วย เช่น ถึงแม้ว่า Eros จะถูกชนด้วยอุกกาบาตหลายครั้ง แต่มันก็ยังคงสภาพของดาวเป็นดวงอยู่ได้โดยไม่ปริแตก D. Yeomans แห่ง Jet Propulsion Laboratory ที่ Pasadena ในรัฐแคลิฟอร์เนียได้คำนวณพบว่า Eros มีความหนาแน่น 204 กรัม/ลูกบาศก ์เซนติเมตร ซึ่งหนาแน่นพอๆ กับดินบนโลก

ส่วน S. Murchie และ C. Pieters แห่งมหาวิทยาลัย Brown ในสหรัฐอเมริกาได้สังเกตเห็นว่า ด้านแต่ละด้านของ Eros มีสีไม่เหมือนกัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามันประกอบด้วยธาตุที่ไม่เหมือนกัน และนี่ก็คือเหตุผลหนึ่งที่ NASA ส่ง NEAR ไปโคจรรอบ Eros ซึ่ง NEAR จะใช้เวลา 23 วันในการโคจรรอบ Eros ที่ระยะห่าง 327-450 กิโลเมตร ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อให้โลกรู้ว่า Eros ประกอบด้วยธาตุอะไรบ้าง และธรรมชาติที่แท้จริงของมันเป็นอย่างไร

วิทยาศาสตร์กับศาสนา



ถึงแม้ว่าในอดีต ศาสนาจะต่อต้านวิทยาศาสตร์มาก ดังจะเห็นได้จากการพิพากษาจำคุก Galileo เมื่อเขาเชื่อว่าโลกมิได้อยู่นิ่ง แต่เคลื่อนที่ไปรอบดวงอาทิตย์ แต่เหตุการณ์ในทุกวันนี้ได้แสดงให้เห็นว่า วิทยาศาสตร์และศาสนาเป็นมิตรกันมากขึ้น เช่นเมื่อ องค์สันตะปาปา John Paul ที่2 ได้ประกาศอภัยโทษให้ Galileo และได้ยอมรับว่าทฤษฎีวิวัฒนาการของ Charles Darwin เป็นทฤษฎีที่ควรค่าแก่การฟังมากทฤษฎีหนึ่ง

ส่วน ทางด้านวิทยาศาสตร์นั้นเล่า สถาบัน National Academy of Science และสมาคม American Association for the Advancement of Science ก็ได้มีโครงการสนับสนุนการทำงานร่วมกัน ระหว่างศาสนากับวิทยาศาสตร์หลายโครงการ ทั้งมหาวิทยาลัย Cambridge ของอังกฤษและมหาวิทยาลัย Princeton ของสหรัฐก็ได้มีการจัดตั้งตำแหน่งศาสตราจารย์ ผู้มีหน้าที่ผสมผสานความคิดของศาสนากับวิทยาศาสตร์ให้กลมกลืนกัน และแม้แต่นักวิทยาศาสตร์ผู้มีชื่อเสียงระดับรางวัลโนเบล เช่น Charles Townes ก็ได้ออกมาพูดถึงความเชื่อทางศาสนาของเขาทั้งในหนังสือที่เขาเขียน และในโทรทัศน์ เป็นต้น ส่วน Stephen Hawking นักฟิสิกส์อัจฉริยะผู้ค้นคว้าเรื่องหลุมดำ ก็ได้เคยพูดว่า การศึกษากำเนิดของจักรวาลจะทำให้มนุษย์รู้และเข้าใจพระทัย ของพระเจ้าและในการสำรวจความคิดเห็นของ นักวิทยาศาสตร์อเมริกันต่อความเชื่อในพระเจ้า เมื่อ 4 ปีก่อนนี้ ก็ได้ผลสรุปว่า นักฟิสิกส์และนักชีววิทยา 40% เชื่อในพระเจ้ามาก

ณ วันนี้ การค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์กำลังรุดหน้าไปทุกขณะ เช่น ได้มีการพบวิธีโคลนนิ่ง GMO และการรู้รหัสพันธุกรรม (genome) ของสิ่งมีชีวิตบางชนิด ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้มีผลกระทบโดยตรงต่อมนุษย์ ชีวิตและจริยธรรม การสนทนาแลกเปลี่ยน ความคิดและแนวปฏิบัติระหว่างวิทยาศาสตร์และศาสนา ก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องทำมาก ดังนั้น ในทุกวันนี้จึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าประหลาดใจ ที่แม้แต่องค์สันตะปาปาก็ทรงต้องการรู้แนวคิดของวิทยาศาสตร์ และนักวิทยาศาสตร์ก็มีความจำเป็นต้องรับทราบแนวคิดของ ศาสนาเช่นกัน

Pontifical Academy of Science คือสภาวิทยาศาสตร์แห่งองค์พระสันตะปาปา ที่สันตะปาปา Pius ที่ 11 ได้โปรดให้ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2479 เพื่อถวายคำแนะนำแด่องค์สันตะปาปา ในเรื่องที่เกี่ยวกับปัญหาและคำตอบสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดจาก ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์

สมาชิกตลอดชีพของสถาบันนี้มีทั้งสิ้น 80 คน และต่างก็เป็นบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกจากบรรดานักวิทยาศาสตร์ผู้มีชื่อเสียงทั่วโลก ปัจจุบันมีสมาชิก 25 คน ที่เคยได้รับรางวัลโนเบลเช่น Carlo Rubbia สาขาฟิสิกส์ David Baltimore และ Joseph Murray สาขาแพทย์ เป็นต้น ส่วนนักวิทยาศาสตร์อื่นๆ เช่น Stephen Hawking นักฟิสิกส์ชาวอังกฤษและ C.N. Rao นักเคมีชาวอินเดีย ก็เป็นสมาชิกของสถาบันนี้เช่นกัน

ในทุกปีสมาชิกจะเดินทางมาประชุมกันที่ Casina Pio Quattro ในกรุงวาติกัน เพื่อแสดงปาฐกถาและรับฟังเรื่องสถานภาพ ด้านวิทยาศาสตร์ของโลก และเมื่อสิ้นสุดการประชุม ที่ประชุมก็จะทำรายงานถวายองค์สันตะปาปาเพื่อทรงทราบ พร้อมกับถวาย ข้อเสนอแนะที่จะให้สันตะปาปาทรงสามารถช่วยชาวโลกให้อยู่เย็นเป็นสุขมากขึ้น

ดังนั้นในการประชุมทุกครั้ง สมาชิกทุกคนจะได้รับประโยชน์จากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และองค์สันตะปาปาก็จะทรงได้รับ ข่าวล่าสุดและถูกต้องที่สุดจากบรรดานักวิทยาศาสตร์ระดับเซียน ไม่ว่าจะเป็นด้านดาราศาสตร์ จักรวาลวิทยา พันธุศาสตร์หรือ หัวข้ออะไรก็ตามที่คริสต์ศาสนิกชนสนใจเป็นพิเศษทันที และเมื่อองค์สันตะปาปาทรงใช้วิจารณญาณกลั่นกรองข้อมูลเหล่านั้นแล้ว ถ่ายทอดพระดำริของพระองค์สู่ประชาชน คริสต์ศาสนิกชนก็ดีจะยอมรับหรือต่อต้านเทคโนโลยีด้านนั้นๆ ก็ได้

เมื่อ 3 ปีก่อนนี้ ที่ประชุมของสถาบันได้ประชุมเรื่องด่วน เช่น สภาพแวดล้อมของโลก ปัญหา GMO การวิจัยด้านประสาทวิทยา การให้ทารกดื่มนมมารดา กำเนิดของสิ่งมีชีวิตบนโลก โคลนนิ่งและกำเนิดของกาแล็กซี เป็นต้น การมีสมาชิกของที่ประชุมเพียง 80 คน ทำให้การประชุมกระชับ ไม่เยิ่นเย้อ และการตัดสินใจสรุปผลใช้เวลาไม่นานและในการประชุมของสถาบันเมื่อเดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2543 ที่ประชุมซึ่งประกอบด้วยนักฟิสิกส์ นักชีววิทยา นักเทววิทยา และนักบวช ได้ฟังเรื่องชีววิทยาของสมองพระเจ้ามีจริงหรือไม่ วิวัฒนาการของจักรวาล บทบาทและอิทธิพลของคริสต์ศาสนาต่อการค้นพบกฎต่างๆ ของ Newton และ ภัยพิบัติอันเกิดจากธรรมชาติ เป็นต้น โดยผู้พูดอาจจะพูดเป็นภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส หรืออิตาเลียนก็ได้

ถึงแม้การรับฟังเรื่องราวต่างๆ จะเป็นสิ่งที่น่าสนใจ แต่สิ่งที่ประชุมสนใจพูดมากคือ นโยบายที่จะเสนอให้องค์สันตะปาปาทรงทำ
เช่นเมื่อ 20 ปีก่อน ที่โลกรู้สึกตื่นเต้นกับการพบเทคนิคพันธุวิศวกรรมใหม่ๆ และที่ประชุมคิดว่า คริสต์ศาสนาคงไม่ขัดข้อง ที่จะมีการวิจัยด้านนี้ และเมื่อองค์สันตะปาปาทรงเห็นด้วย กระแสต่อต้านจากสังคมก็ได้ลดลงมาก ความเห็นเกี่ยวกับ DNA มิได้เป็น หัวข้อเดียวที่ที่ประชุมเสนอต่อสันตะปาปา ความเห็นเรื่องอื่นๆ เช่น อาวุธนิวเคลียร์ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในกรณีสงครามนิวเคลียร์ ระเบิด ก็ได้ช่วยให้สันตะปาปาทรงเข้าใจเรื่องเหล่านี้ดีขึ้น ดังนั้น เมื่อสันตะปาปาทรงแสดงสุนทรพจน์ในที่ประชุมขององค์การ สหประชาชาติว่า ศาสนาไม่เห็นด้วยกับการใช้ระเบิดนิวเคลียร์ในการทำสงคราม กระแสต่อต้านอาวุธนิวเคลียร์จึงยังคงมีอยู่จนทุกวันนี้

เมื่อ 10 ปีก่อน ที่ประชุมได้เสนอให้สันตะปาปาทรงอภัยโทษ Galileo ซึ่งท่านก็ทรงทำ ทั้งๆ ที่เหตุการณ์อภัยโทษเกิดช้าไป 369 ปี แต่ก็ยังดีกว่าที่สันตะปาปาไม่ได้ดำเนินการอะไรเลย

และเมื่อการคุมกำเนิดเป็นปัญหาที่วิทยาศาสตร์และศาสนามีความเห็นแตกต่างกัน ดังนั้น ที่ประชุมก็ไม่พูดถึงเรื่องนี้ แต่ก็ได้พูดถึง ปัญหาประชากรล้นโลก ซึ่งองค์สันตะปาปาก็ได้ทรงยอมรับว่า ปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่ปัญหาหนึ่งของโลก

ในที่ประชุมเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2543 ที่ประชุมได้พูดถึงการใช้เทคโนโลยี GMO อย่างรับผิดชอบด้วย ซึ่งองค์สันตะปาปา ก็ได้ทรงแถลงว่า ในการประเมินคุณค่าของเทคโนโลยี เราต้องคำนึงถึงผลบวกและลบทางเศรษฐกิจและจริยธรรมด้วย เพื่อไม่ให้เกิด อันตรายต่อสุขภาพของพลโลกในอนาคต และนั่นก็หมายความว่า องค์สันตะปาปาทรงเห็นชอบที่มีการค้นคว้าวิจัยด้าน GMO อย่างมีสติรอบคอบ

และเมื่อการประชุมสิ้นสุด บาทหลวง Poupard ก็ได้กล่าวแถลงสรุปว่า วิทยาศาสตร์และศาสนาจะต้องมีความเข้าใจซึ่งกันและกัน เพราะถ้าเราเข้าใจธรรมชาติ เราก็จะเข้าใจพระเจ้า

ดังนั้น การที่คนบางคนคิดว่า โลกวิทยาศาสตร์กับโลกศาสนาเป็นโลกที่ขนานกัน อย่างที่ถ้านำมาอยู่ด้วยกัน จะทำให้ทั้งสองโลก ทำงานไม่ได้

ความคิดเช่นนี้ไม่จริง และไม่ถูกต้อง

เพราะ pontifical Academy of Science ได้พิสูจน์แล้วว่า โลกทั้งสองโลกสามารถทำให้โลกมนุษย์ดีขึ้นได้




เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ.2544 Gunnar Staalseth บาทหลวงชาวนอร์เวย์ ผู้เป็นกรรมการคนหนึ่งในคณะกรรมการรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ได้กล่าวว่า สันตะปาปา John Paul ที่ 2 มีโอกาสน้อยมากที่จะพิชิตรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปีนี้ เพราะพระองค์ทรงไม่เห็นด้วยกับการใช้ถุงยางอนามัยในการต่อสู้มหันตภัยเอดส์ ทั้งๆ ที่
ณ วันนี้ทั่วโลกมีคนติดเชื้อ HIV ถึง 36 ล้านคนแล้ว ซึ่งเป็นการผิดศีลธรรม

ดังนั้น เราจึงเห็นได้ว่า ถึงแม้องค์สันตะปาปาจะได้รับคำถวายเช่นไร หรือมากเพียงใด จากนักวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับเรื่อง "มีชัย" พระองค์ก็ทรงมีความเชื่อมั่นในคำสอนของ คริสต์ศาสนาที่ว่า การคุมกำเนิดทุกรูปแบบผิดศีลธรรมอยู่นั่นเอง

ภาพจาก : http://www.catholic.net/RCC/POPE/Pope.html

ดังนั้น การประกาศชื่อของผู้พิชิตรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในเดือนตุลาคม พ.ศ.2544 จะทำให้เราเข้าใจเหตุผลในการ ตัดสินใจของคณะกรรมการรางวัลโนเบลว่าเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยกับพระดำริของพระองค์ในเรื่องชีวิต และความตายของมนุษย์ ด้วยเอดส์

มนุษย์กับการใช้น้ำ


Boss Sunglasses
Top Gun Sunglasses
Salt Sunglasses
Blumarine Sunglasses
Vivienne Westwood Sunglasses
Panoptx Sunglasses
Choosing Sunglasses
Classic Sunglasses
Purple Sunglasses
Oakley Juliet Sunglasses
Bolle Prescription Sunglasses
Magnetic Sunglasses
Belstaff Sunglasses
Renegade Sunglasses
Gant Sunglasses
Maxx Sunglasses
Gianfranco Ferre Sunglasses
John Richmond Sunglasses
Johnny Knoxville Sunglasses
Linda Farrow Sunglasses
Urban Sunglasses
Horatio Caine Sunglasses
70'S Sunglasses
Authentic Designer Sunglasses
Rave Sunglasses
Robert Cavalli Sunglasses
Women'S Versace Sunglasses
Polarized Bifocal Sunglasses
Tyler Durden Sunglasses
Dso Sunglasses
Storm Sunglasses
Furla Sunglasses
Colorful Sunglasses
Oakley Frogskin Sunglasses
Man Sunglasses
Surfer Sunglasses
Ess Sunglasses
Women'S Polarized Sunglasses
Iceberg Sunglasses
Hot Pink Sunglasses
Folding Sunglasses
Fun Sunglasses
Camera Sunglasses
Best Golf Sunglasses
Judith Leiber Sunglasses
Exte Sunglasses
Oakley Military Sunglasses
Terminator Sunglasses
Wholesale Oakley Sunglasses
Women'S Oakley Sunglasses
Glow In The Dark Sunglasses
Lennon Sunglasses
Oakley Mp3 Sunglasses
Baby Banz Sunglasses
Replay Sunglasses
Buy Ray Ban Sunglasses
Lulu Guinness Sunglasses
Celine Sunglasses
Tactical Sunglasses
John Varvatos Sunglasses
Caviar Sunglasses
Nascar Sunglasses
Oakley M Frame Sunglasses
Agent Smith Sunglasses
Jimmy Crystal Sunglasses
Ballistic Sunglasses
Girls Sunglasses
Stylish Sunglasses
Solar Bat Sunglasses
Hippie Sunglasses
Uv3 Sunglasses
Movie Sunglasses
Vistana Sunglasses
Bradley Sunglasses
Kreed Sunglasses
Camo Sunglasses
Rudy Sunglasses
Wholesale Fashion Sunglasses
Buy Designer Sunglasses
Mormaii Sunglasses
Oakley Oil Rig Sunglasses
Floating Sunglasses
Cute Sunglasses
Kiss Sunglasses
Sinner Sunglasses
Gangster Sunglasses
Promotional Sunglasses
Rockstar Sunglasses
Sergio Tacchini Sunglasses
Fake Ray Ban Sunglasses
Video Sunglasses
Aerial Sunglasses
Kathy Van Zeeland Sunglasses
Ryan Sheckler Sunglasses
Neo Sunglasses
Discount Spy Sunglasses
Shimano Sunglasses
Visor Sunglasses
Bifocal Reading Sunglasses
Spy Tron Sunglasses


เราคงรู้กันดีว่า 3 ใน 4 ของพื้นที่ผิวโลกถูกปกคลุมด้วยน้ำ แต่คงมีคนไม่มากที่รู้ว่า 97% ของน้ำที่มีเป็นน้ำทะเล และ 3% ที่เหลือเป็นน้ำจืด นอกจากนี้ 2 ใน 3 ของส่วนที่เป็นน้ำจืด ก็อยู่ใน สภาพ น้ำแข็งที่อยู่แถบขั้วโลกที่มนุษย์และสัตว์ใช้ประโยชน์ใดๆ แทบไม่ได้เลย ฉะนั้น น้ำจืดที่โลกมีจริงๆ ให้มนุษย์ใช้จึงมีเพียง 1% ของน้ำทั้งหมด ที่โลกมีเท่านั้นเอง ซึ่งปริมาณน้ำที่มีนี้ ถ้าเรา จัดแบ่งได้อย่างเหมาะสม พลโลกทั้ง 6,000 ล้านคนที่มีอยู่ ขณะนี้ก็จะมีน้ำใช้กันทุกคนอย่างพอเพียง แต่แหล่งน้ำจืดที่มี ในประเทศต่างๆ ทั่วโลกหาได้อยู่กระจายกันอย่างเท่าเทียมไม่ เช่น แม่น้ำ Amazon ซึ่งมี 15% ของน้ำจืดโลก กลับแทบไม่มีผู้คน อาศัยอยู่ในสถานที่บางแห่งเลย แต่ในเมืองบางเมืองที่มีผู้คน อาศัยอยู่แน่น กลับแทบไม่มีน้ำจืดใช้เลย ซ้ำร้ายน้ำในบางสถานที่ มีมลวัตถุ สภาพเหล่านี้กำลังทำให้การบริโภคน้ำของประชากรโลก มีปัญหาเพิ่มขึ้นทุกวัน

ภาพจาก : http://www.edwardsaquifer.net/saspring.html

ตามปกติมนุษย์เราใช้น้ำในการเกษตร อุตสาหกรรม และในครอบครัว ผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรกรรมประมาณว่า 70% ของน้ำจืด ที่เราใช้ในการเกษตรนั้น ต้นไม้ไม่ได้รับ (ดินรับ) วงการอุตสาหกรรมเองใช้น้ำน้อยกว่าวงการเกษตรกรรม แต่น้ำที่ถูกกำจัด ออกจากโรงงานมักจะมีสารเคมีปน เช่น ตามโรงงานทำกระดาษที่ต้องใช้ methyl mercury ในการฆ่าราและจุลินทรีย์ เราจะเห็น น้ำที่ถูกกำจัดจากโรงงานว่ามีสารเคมีชนิดนี้ปะปนมา ซึ่งจะทำให้ใครก็ตามที่บริโภคสัตว์น้ำที่อาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำใกล้โรงงาน กระดาษต้องล้มป่วย ด้วยโรคปรอทเป็นพิษ หรือเวลาโรงงานไฟฟ้านำน้ำทะเลหรือน้ำจืดไปใช้ในการหล่อเลี้ยงเครื่องจักร มิให้มีอุณหภูมิสูงเกินไป แล้วปล่อยน้ำอุ่นที่ใช้แล้วลงสู่แม่น้ำ วิธีการนี้จะทำให้อุณหภูมิของน้ำในแม่น้ำเพิ่ม และก็เป็นที่รู้กันดีว่า น้ำที่ร้อนไม่สามารถโอบอุ้มออกซิเจนได้มาเท่าน้ำเย็น ดังนั้นเราก็จะเห็นว่าถึงแม่น้ำนั้นจะไม่มีสารเคมีเจือปน แต่การเปลี่ยนแปลง อุณหภูมิของน้ำก็มีผลทำให้สภาพแวดล้อมตามธรรมชาติรอบโรงงานไฟฟ้าเสียสมดุลเรียบร้อย ดังนั้น เมื่อคิดพิจารณาน้ำที่ใช้ใน เกษตรกรรมและอุตสาหกรรมแล้ว ปริมาณน้ำจืดที่เหลือใช้กันในครัวเรือนจึงมีเพียง 6% ของน้ำจืดทั้งหมดเท่านั้นเอง สถิติที่ได้ จากการสำรวจขององค์การสหประชาชาติ เมื่อเร็วๆ นี้ แสดงให้เห็นว่ามีประชากรโลก 1,700 ล้านคน ที่ไม่มีน้ำใช้อย่างเพียงพอ และน้ำที่คนอีก 3,000 ล้านคน ใช้นั้นก็ผิดสุขลักษณะด้วย

ภาวะการขาดแคลนน้ำบนดินทำให้ประเทศต่างๆ หลายประเทศหันมาใช้น้ำใต้ดินมากขึ้น เพราะได้มีการสำรวจพบว่า ในบางประเทศปริมาณน้ำใต้ดินมีมากกว่าน้ำบนดินที่ประเทศนั้นมีถึง 3,000 เท่า และตามปกติน้ำใต้ดินก็สะอาดกว่าน้ำบนดิน แต่การขุดเจาะน้ำใต้ดินขึ้นมาบริโภค จะมีผลทำให้ดินทรุด และในบางสถานที่น้ำใต้ดินอยู่ไม่ลึกนัก สาร nitrate ที่เกษตรกรใช้ อาจซึมลึกลงไปถึงน้ำใต้ดิน ซึ่งจะทำให้น้ำเป็นพิษ ดังนั้น วิธีการขุดน้ำใต้ดินจึงเป็นวิธีการที่ไม่น่าทำ

อันที่จริง เราทุกคนต้องการน้ำไม่มากนักในการดำรงชีวิต เพียงแค่วันละ 2 ลิตรก็พอ ซึ่งเราได้น้ำส่วนหนึ่งจากอาหารทะเลและ เราจำเป็นต้องใช้น้ำอีกส่วนในกิจกรรมอื่นๆ เช่น ใช้ชักโครก ซึ่งอาจจะมากถึง 10 ลิตร หรืออาบน้ำ ซึ่งอาจจะมากถึง 100 ลิตร เป็นต้น

ในประเทศที่กำลังพัฒนา ซึ่งมีระบบสาธารณสุขที่ไม่ดีนัก 75% ของประชากร จะขาดน้ำที่ถูกสุขลักษณะ และเวลาประชากรทิ้ง ของเสียลงแม่น้ำ ของเสียเหล่านี้คือ อาหารสำหรับจุลินทรีย์ และโรคร้าย น้ำเสียเหล่านี้จึงมักมีพยาธิปากขอ พยาธิตัวตืด และไวรัส ที่ทำให้คนบริโภคน้ำเป็นโรคไทฟอยด์หรือโรคอหิวาต์ แหล่งน้ำในประเทศที่กำลังพัฒนาหลายแหล่ง จึงเป็นแหล่งอันตราย เพราะ ได้มีการสำรวจพบว่า 80% ของโรคที่ระบาดในพื้นที่แถบนี้ เป็นโรคที่เกิดจากน้ำสกปรกทำให้ผู้เสียชีวิตโดยเฉลี่ยวันละถึง 25,000 คน

ภาวะการขาดน้ำ และการมีน้ำสกปรกได้ทำให้ 1 ใน 5 ของคนที่อาศัยอยู่ในเมือง และ 3 ใน 4 ของคนที่อาศัยอยู่ตามหมู่บ้าน ของประเทศ ที่กำลังพัฒนาไม่มีน้ำที่ดีใช้อย่างเพียงพอ และถ้าระบบการวางท่อประปาในเมืองไร้ประสิทธิภาพ การสูญเสียน้ำเพราะการรั่วของท่อ ก็จะทำให้ปัญหาการขาดแคลนน้ำจืดรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก

เมื่อ 3 ปีก่อนนี้ P. Ehrlich และคณะแห่งมหาวิทยาลัย Stanford ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ทำนายว่า ในอีก 30 ปีข้างหน้า เมื่อประชากรโลกเพิ่มขึ้น 45% (ขณะนี้โลกมีประชากร 6,000 ล้านคน ) และทุกวันจะมีคนเกิดเพิ่ม 250,000 คน โลกก็จะไม่มีน้ำจืด ให้พลโลกบริโภคได้อย่างเพียงพอและเมื่อเกิดภาวะขาดแคลนน้ำ ปัญหาสุขภาพของประชาชน ปัญหาการอพยพผู้คน และปัญหา ความขัดแย้งระหว่างประเทศก็จะเกิด วิธีการที่ Ehrlich เสนอให้เป็นทางออก คือ แทนที่จะใช้น้ำทำความสะอาดสิ่งแวดล้อม ก็ให้หันมาหาวิธีทำให้สิ่งแวดล้อมมีมลพิษน้อยลงและปรับปรุงวิธีการนำน้ำมาใช้ในการเกษตรให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น อีกทั้งหา วิธีทำน้ำทะเลให้เป็นน้ำจืด เป็นต้น อนึ่ง นักวิจัยกลุ่มนี้มีความเห็นว่าถ้าจำนวนประชากรโลกมีไม่เกิน 2,000 ล้านคน ทรัพยากรน้ำ ที่โลกมีถึงจะคงอยู่ได้อย่างยั่งยืน

แต่ในเมื่อน้ำทะเลมีปริมาณมาก นักวิทยาศาสตร์บางคนจึงมีความเห็นว่า เราสมควรหาวิธีทำน้ำทะเลให้เป็นน้ำจืด โดยใช้เทคโนโลยี ที่ทันสมัยให้ได้น้ำจืดมาก แต่ลงทุนน้อย

วิธี การทำน้ำจืดจากน้ำทะเลที่ว่านั้นมี 2 วิธี วิธีแรกเป็นวิธีตามธรรมชาติที่ประเทศต่างๆ ในตะวันออกกลางนิยมใช้กัน เพราะแผ่นดิน อาหรับมีน้ำน้อย แต่มีน้ำมัน (เงิน) มาก วิธีนี้คือ วิธีต้มกลั่นโดยเอาน้ำทะเลมาต้มทำให้เกิดไอน้ำแล้วกลั่นไอน้ำที่ได้เป็นน้ำ จืดใช้ดื่ม วิธีนี้แพงเพราะน้ำกลั่นที่ได้มีราคา สูงกว่าน้ำธรรมดาราว 5 เท่า ส่วนวิธีที่สองที่ถูกกว่าซึ่งเรียกว่า กระบวนการออสโมซิสย้อนกลับ (reverse osmosis) osmosis คือกระบวนการที่เซลล์ของสิ่งมีชีวิตใช้ในการดูดน้ำเข้าเซลล์ การที่เซลล์ทำได้เช่นนี้ เพราะเซลล์มีเยื่อหุ้มที่ทำด้วยสารพวก cellulose acetate เยื่อหุ้มนี้สามารถปล่อยให้โมเลกุลของน้ำจากภายนอกเซลล์ซึมผ่าน สู่สารละลายในเซลล์ได้ แต่ไม่ปล่อยให้อะตอมของโซเดียมและคลอรีน ซึ่งเป็นส่วนประกอบของเกลือผ่าน ดังนั้น ถ้าความเข้มข้น ของเกลือในสารละลายที่อยู่นอกเซลล์ต่ำ น้ำจากภายนอกก็จะไหลเข้าสู่เซลล์ จนกระทั่งความเข้มข้นของเกลือทั้งภายนอกและ ภายในเซลล์เท่ากัน การไหลของสารละลายภายใต้เงื่อนไขที่มีความเข้มข้นแตกต่างกันนี้ เรียกว่า การไหลแบบออสโมซิส และการ ไหลนี้สามารถย้อนทิศได้ ถ้าสารละลายภายในเซลล์มีความดันสูง ซึ่งจะทำให้น้ำจากภายในเซลล์สามารถไหลออกได้ แต่อะตอม ของโซเดียมและคลอรีนที่อยู่ภายใน จะไม่สามารถไหลผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ออกมาได้ ดังนั้น การไหลแบบนี้จึงเรียกการไหลแบบ ออสโมซิสย้อนกลับ

นักวิทยาศาสตร์สามารถนำวิธีการนี้ไปใช้ตามบ้านได้ โดยการนำเยื่อพิเศษที่ให้โมเลกุลของน้ำผ่าน แต่โมเลกุลของเกลือผ่านไม่ได้ มาปิดปากท่อ แล้วจุ่มท่อลงในมหาสมุทร ณ ที่ระดับลึกมาก ความดันน้ำจะสูงมากพอที่จะทำให้โมเลกุลของน้ำทะเลซึมผ่านเยื่อ เข้าไปในท่อได้ แต่วิธีการนี้ให้ผลช้า และน้ำที่ได้ก็น้อย ไม่พอกับความต้องการของคน อีกทั้งเยื่อที่นำมาปิดปากท่อ อาจมีสิ่งสกปรก จากน้ำทะเลเข้าไปอุดตันทำให้เยื่อไม่ทำงาน

เพื่อแก้ไขสถานการณ์นี้ นักเทคโนโลยีจึงเสนอแนะให้กรองน้ำทะเลก่อน เพื่อทำน้ำทะเลให้สะอาด แล้วเติมสารเคมีลงไปเพื่อยับยั้ง จุลินทรีย์ในน้ำทะเลไม่ให้เจริญเติบโต จากนั้นก็ใช้ความดันที่สูงประมาณ 67 บรรยากาศ ซึ่งเทียบกับความดันของน้ำทะเล ที่ลึก 600 เมตร อัดน้ำที่ทะลุผ่านเยื่อหุ้มเข้าไปในท่อก็จะเป็นน้ำจืดที่ต้องการ

แต่ปัญหาก็มีอยู่ว่า เยื่อหุ้มที่ทำด้วย cellulose นั้นเสื่อมสมรรถภาพเร็ว ภายในเวลาเพียง 2-3 เดือน มันก็จะตกเป็นอาหาร ของจุลินทรีย์ในทะเล ปัจจุบันเขาจึงนิยมใช้แผ่นฟิล์มพลาสติกที่ทำด้วย polyamide แทน ถึงอย่างไรก็ตามวิธีการทำน้ำจืดจาก น้ำทะเลวิธีนี้ก็ยังแพงอยู่ดี หากเปรียบเทียบกับน้ำที่ได้จากการขุดบ่อบาดาล ในรัฐ Florida ของสหรัฐอเมริกา ได้มีการทำน้ำจืดโดย ใช้วิธีนี้แล้วและทำน้ำได้มากถึงวันละ 45 ล้านลิตร แต่ในตะวันออกกลาง วิธีการนี้ยังใช้ไม่ได้ เพราะน้ำทะเลแถบนั้น มีเกลือเข้มข้นกว่า น้ำทะเลแถบอื่น และอุณหภูมิของน้ำทะเลก็สูงกว่าน้ำทะเลในแถบอื่นด้วย มีผลทำให้เยื่อ polyamide ทำงานไม่ได้นาน

ในประเทศเราวิธีการซ่อมท่อที่แตกให้เรียบร้อยคงจะทำให้เราใช้น้ำได้อย่างพอเพียง ถึงแม้วิธีนี้จะดู low tech ก็ตาม แต่ก็เป็น วิธีการที่ลงทุนถูกกว่าวิธีการทั้งหมดที่เล่ามาครับ

วันอังคารที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2553

มาดามคูรี


Power Tools
Milwaukee Tools
Hitachi
Porter Cable
Makita
Price Pfister
Power Tools
Hand Tools
Makita Tools
Drill
Cordless Drills
Drill Press
Tip Drill
Soccer Drills
Makita Parts
Chicago Electric Power Tools
Dewalt Power Tools
Hitachi Tools
Drill Bits
Drill Doctor
Bosch Power Tools
Delta Power Tools
Paslode
Makita Power Tools
Senco
Bostitch
Makita Battery
Stanley Bostitch
Reciprocating Saw
Electric Impact Wrench
Football Drills
Porter Cable Parts
Drill Bit
Nail Guns
Power Feed Drills
Diamond Drill Bits
Ryobi Power Tools
Price Pfister Parts
Delta Drill Press
Tap Drill Sizes
Milwaukee Power Tools
Pieces Of Eight
Dewalt Cordless Drills
Porter Cable Tools
Cordless Drill
Skil Power Tools
Bostich
Nail Gun
Replacement Batteries For Cordless Drill
Power Tool Batteries
Hammer Drill
Impact Wrench
Drills
Hitachi Power Tools
Carbide Drill Bit
Fein Power Tools
Fire Drill
Antique Hand Tools
Magnetic Drill
Milwaukee Electric Tool
Precision Twist Drill
Best Cordless Drill
Rigid Power Tools
Makita Batteries
Drill Bit Sizes
Drill Heads
Hand Drill
Tap Drill Size
Dayton Drill Press
Drill Guide
Woodworking Hand Tools
Makita Cordless Drill
Paper Drill
Drill Bushing
Drill Sizes
Makita Drills
Hammer Drills
Makita 9000 Battery
Right Angle Drill
Brad Nailer
Discount Power Tools
Hand Garden Tools
Pneumatic Tools
Cordless Drill Batteries
Drill Bit Sharpener
Hilti Power Tools
Jet Drill Press
Milwaukee Drills
Chicago Electric Tools
Cobalt Drill Bits
Coil Nailers
Drill Presses For Sale
Hitachi Parts
Ryobi Cordless Tools
Carbide Coolant Drill
Central Pneumatic Air Tools
Jet Power Tools
Porter Cable Router
Price Pfister Faucet
Price Pfister Faucets


Marie Sklodwska นักวิทยาศาสตร์สตรีที่โลกรู้จักดีที่สุด ถือกำเนิดที่กรุง Warsaw ในประเทศโปแลนด์ เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ.2410 บิดามารดาของเธอเป็นครูสอนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนมัธยม เพื่อการมีชีวิตที่มีคุณภาพเธอได้เดินทางออกจากโปแลนด์ ซึ่งขณะนั้นตกอยู่ภายใต้การปกครองของรัสเซียไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัย Sorbonne ในประเทศฝรั่งเศส ณ ที่นั่นเธอได้พบนักฟิสิกส์หนุ่มชื่อ Pierre Curie และได้เข้าพิธีสมรสเมื่อ Marie มีอายุได้ 28 ปีต่อมา เมื่อ Pieerre ประสบอุบัติเหตุถูกรถม้าชนจนถึงแก่ชีวิต Marie ได้รับตำแหน่งเป็นศาสตราจารย์สตรีคนแรกของ Sorbonne

ในปี พ.ศ. 2439 H. Becquerel ได้พบปรากฏการณ์กัมมันตภาพรังสีในธาตุบางชนิด Marie และสามีจึงได้ร่วมกันศึกษาและวิจัยผลการค้นพบนี้ และได้พบธาตุ polonium ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2441 และธาตุ radium ในเดือนธันวาคมของปีเดียวกัน ในการศึกษาธาตุกัมมันตรังสีใหม่ๆ นั้นเธอได้ยอมเป็นหนูตะเภาทดลองและได้พบว่าเรเดียมที่หนัก 1 กรัม สามารถให้ความร้อนได้มากถึง 140 แคลอรีในเวลา 1 ชั่วโมง บุคคลทั้งสองได้ปฏิเสธไม่ยอมรับรายได้หรือผลประโยชน์ใดๆ จากผลงานการค้นพบของเขาทั้งสอง

โดยส่วนตัว Marie เป็นคนเงียบ ขรึม สำรวม เด็ดเดี่ยว และเสียสละ เธอรักวิชาเคมีอย่างเป็นชีวิตและวิญญาณ ตำราสำคัญที่เธอแต่งชื่อ Traite de Radioactivite ในปี พ.ศ. 2446 เธอและสามี ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ร่วมกับ Becquerel จากผลงานเรื่องกัมมันตภาพรังสี และอีก 2 ปีต่อมา เธอได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีจาการค้นพบธาตุกัมมันตรังสีเรเดียม

โลกวิทยาศาสตร์รู้จักกฏคูรี อุณหภูมิคูรี หน่วยวัดกัมมันตรังสีที่วัดเป็นคูรี และธาตุ curium เธอเสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งในเม็ดเลือด และเมื่อใกล้จะถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ตาทั้งสองข้างของเธอบอดสนิท

สังคมฝรั่งเศสในสมัยนั้นไม่ยอมรับสตรีที่มีความทะเยอทะยาน สตรีที่มีความคิดอิสระ การพิชิตรางวัลโนเบลถึงสองรางวัลทำให้เธอเป็นวีรสตรี แต่ถึงกระนั้นก็ตามในการสมัครเข้าเป็นสมาชิกของ French Academy of Sciences อันมีชื่อเสียงของฝรั่งเศสที่ไม่มีผู้หญิงเป็นสมาชิกเลย เธอได้รับการต่อต้านจากบรรดาสมาชิกผู้ชายที่พากันคัดค้านไม่ให้เธอเข้าร่วม สมาคม ด้วยใบสมัครเป็นสมาชิกของเธอถูกปฏิเสธเพราะเธอถูกพบว่า มีความสัมพันธ์ฉันชู้ กับ P. Langevin ผู้เป็นนักฟิสิกส์ที่มีครอบครัวแล้ว จดหมายรักของเธอถูกเผยแพร่ไปทั่วประเทศ เมื่อ Royal Swedish Academy ประกาศมอบรางวัลโนเบลสาขาเคมีให้แก่เธอ สมาชิกของสถาบันโนเบลท่านหนึ่งได้ขอร้องให้เธอสละสิทธิ์การรับรางวัล เพื่อมิให้รางวัลมีมลทินใดๆ แต่มาดาม Curie ไม่สนและไม่สละสิทธิ์ เธอและบุตรสาวได้เดินทางไปรับรางวัลที่ Stockholm โดยอ้างว่าความสามารถทางวิชาการกับวิถีชีวิตส่วนตัวเป็นคนละเรื่องกัน

ดังนั้นถึงแม้เธอจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ระดับอัจฉริยะ แต่ในด้านการดำรงชีวิตเธอก็มีปัญหามาก โลกวิทยาศาสตร์ยุคนั้นมีชีวิตชีวาเพราะเธอเป็นสตรีคนเดียวในที่ประชุมต่างๆ ของนักวิทยาศาสตร์ บุตรสาวที่ชื่อ Irene ของเธอสามารถพิชิตรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ให้แก่ตระกูล Curie เป็นรางวัลที่สามในอีกหลายปีต่อมา

เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี้ ประธานาธิบดี Francois Mitterand ของฝรั่งเศสได้ประกาศให้ย้ายศพของนาง และสามีไปฝังที่ Pantheon ซึ่งเป็นสุสานเฉพาะสำหรับชาวฝรั่งเศสผู้ทำชื่อเสียงสูงสุดให้แก่ประเทศ เธอเป็นสตรีคนแรกที่ถูกฝังที่นั่นและเป็นนักวิทยาศาสตร์คนที่สองนับต่อจาก Berthelot นักเคมีระดับโนเบลอีกท่านหนึ่ง

ถึงแม้ว่าในขณะที่มีชีวิตอยู่ เธอถูกปฏิเสธมิให้เป็นสมาชิกของ French Academy of Sciences แต่ขณะนี้เธอเป็นสมาชิกของ Pantheon แล้ว ก็โก้และเก๋กว่ากันมากเลย

Linus Pauling : นักเคมีอัจฉริยะ


Power Tools
Milwaukee Tools
Hitachi
Porter Cable
Makita
Price Pfister
Power Tools
Hand Tools
Makita Tools
Drill
Cordless Drills
Drill Press
Tip Drill
Soccer Drills
Makita Parts
Chicago Electric Power Tools
Dewalt Power Tools
Hitachi Tools
Drill Bits
Drill Doctor
Bosch Power Tools
Delta Power Tools
Paslode
Makita Power Tools
Senco
Bostitch
Makita Battery
Stanley Bostitch
Reciprocating Saw
Electric Impact Wrench
Football Drills
Porter Cable Parts
Drill Bit
Nail Guns
Power Feed Drills
Diamond Drill Bits
Ryobi Power Tools
Price Pfister Parts
Delta Drill Press
Tap Drill Sizes
Milwaukee Power Tools
Pieces Of Eight
Dewalt Cordless Drills
Porter Cable Tools
Cordless Drill
Skil Power Tools
Bostich
Nail Gun
Replacement Batteries For Cordless Drill
Power Tool Batteries
Hammer Drill
Impact Wrench
Drills
Hitachi Power Tools
Carbide Drill Bit
Fein Power Tools
Fire Drill
Antique Hand Tools
Magnetic Drill
Milwaukee Electric Tool
Precision Twist Drill
Best Cordless Drill
Rigid Power Tools
Makita Batteries
Drill Bit Sizes
Drill Heads
Hand Drill
Tap Drill Size
Dayton Drill Press
Drill Guide
Woodworking Hand Tools
Makita Cordless Drill
Paper Drill
Drill Bushing
Drill Sizes
Makita Drills
Hammer Drills
Makita 9000 Battery
Right Angle Drill
Brad Nailer
Discount Power Tools
Hand Garden Tools
Pneumatic Tools
Cordless Drill Batteries
Drill Bit Sharpener
Hilti Power Tools
Jet Drill Press
Milwaukee Drills
Chicago Electric Tools
Cobalt Drill Bits
Coil Nailers
Drill Presses For Sale
Hitachi Parts
Ryobi Cordless Tools
Carbide Coolant Drill
Central Pneumatic Air Tools
Jet Power Tools
Porter Cable Router
Price Pfister Faucet
Price Pfister Faucets



Linus Pauling ผู้พิชิตรางวัลโนเบลสาขาเคมี และสันติภาพได้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2538 ขณะที่มีอายุได้ 93 ปี เขาเป็นบุคคลเดียวของโลกที่ได้รับรางวัลโนเบลถึงสองรางวัลในสาขาที่แตกต่าง กัน โดยมิได้มีใครรับร่วมด้วยเลย ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเคมีผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด ของศตวรรษที่ 20 และเป็น 1 ใน 20 ของนักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกเคยมี เขามีความสามารถสูงถึงขนาดว่าเห็นคำตอบของปัญหาต่างๆ ได้อย่างฉับพลันทันที ในขณะที่นักเคมีคนอื่นๆ ยังไม่ทันคิดว่า จะใช้ทฤษฎีอะไรอธิบายปรากฏการณ์นั้นๆ ด้วยซ้ำไป

ตลอดระยะเวลาทำงานอันยาวนานร่วม 70 ปี Pauling ได้ตีพิมพ์ผลงานวิจัยกว่า 1,000 ชิ้น อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าเขามีอายุร่วม 90 ปีแล้วก็ตาม แต่ Pauling ก็ยังคงปฏิบัติงานค้นคว้าและวิจัยเป็นประจำทุกวัน

เขาเป็นคนกล้าคิดและกล้าแสดงออก ไม่หวั่นเกรงที่จะเสนอความคิดเห็นที่แปลกใหม่และแหวกประเพณี ดังนั้น ใครที่ได้สดับตรับฟังความคิดเห็นของเขาเป็นครั้งแรกจะเชื่อ 20 และไม่เชื่อ 80 เพราะเขามีความคิดก้าวไกลเกินมิติของเวลานี้เองที่ทำให้ความคิดบางประเด็นของ Pauling ต้องการเวลานานถึง 20 ปี จึงจะมีคนติดตามทัน

ในปี พ.ศ. 2487 Pauling ได้เขียนตำราเล่มหนึ่งชื่อ The Nature of the Chemical Bonds ตำราเล่มนี้ซึ่งนักเคมีถือว่าเป็นตำราเคมีที่สำคัญที่สุดเล่มหนึ่งของโลก ได้ปฏิวัติวิทยาการเคมีมาก เขาได้ชักนำให้นักเคมีหันมาสนใจโครงสร้างของโมเลกุลในสามมิติ เพราะเวลาเขาใช้ทฤษฎีควอนตัม เขาสามารถอธิบายสมบัติและปฏิกิริยาทางเคมีได้หมด ในปี พ.ศ. 2497 Paulingได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีจากผลงานเรื่องธรรมชาติของแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุล ผลงานชิ้นนี้ได้ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถสังเคราะห์โมเลกุลขนาดใหญ่ที่สลับซับซ้อน เช่น protein และ antibody ต่างๆ ได้ในเวลาต่อมา

เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง Pauling ได้ปฏิเสธการเข้าร่วมทำงานในโครงการ Manhatton ของสหรัฐฯ เพื่อสร้างระเบิดปรมาณูเพราะเขาต่อต้านการทำสงคราม เขาได้เรียกร้องให้สหรัฐฯ และรัสเซีย เลิกทดลองอาวุธนิวเคลียร์ เขาประท้วงการพัฒนาและผลิตอาวุธปรมาณูของสหรัฐฯ ทุกรูปแบบ เพราะเขาเชื่อว่ากัมมันตภาพรังสีจากระเบิดปรมาณู ถึงแม้จะมีปริมาณน้อยนิดเพียงใดก็สามารถทำร้ายมนุษย์ได้ ปัจจุบันเราทราบกันดีว่ากัมมันตภาพรังสีเป็นอันตรายต่อร่างกายคน แต่ในยุคที่ Pauling กำลังเดินขบวนคัดค้านนั้น ใครก็คิดว่าเขาเสียสติไปแล้ว

ใน ปี พ.ศ. 2505 Pauling ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพจากความพยายามที่ได้ผลักดันให้ประเทศมหาอำนาจ ลงนามในสัญญาไม่ทดลองระเบิดปรมาณูอีกต่อไป

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 เป็นต้นมา Pauling เริ่มถูกนักวิชาการต่างๆ โจมตี เพราะเขาเชื่อมั่นว่าการบริโภควิตามิน C มากๆ ช่วยป้องกันโรคต่างๆ เช่น หวัด มะเร็งและเอดส์ได้ หนังสือชื่อ Vitamin C and the Common Cold ของเขาติดอันดับเป็นหนังสือที่ขายดีที่สุดเล่มหนึ่งของสหรัฐฯ ตัวเขาเองบริโภควิตามิน C วันละ 18 กรัม ซึ่งมากกว่าปริมาณที่แพทย์รับรองให้คนทั่วไปรับประทานถึง 300 เท่า จะยังไงก็ตาม ขณะนี้มีงานวิจัยหลายชิ้นที่แสดงให้เห็นว่า ความคิดเห็นของ Pauling เรื่องวิตามิน C นี้ ถูก (อีกแล้ว)

ก่อนที่เขาจะเสียชีวิต Pauling ได้อุทิศผลงานทุกชิ้น ของเขาทั้งสมุดจดโน้ต จดหมาย และงานวิจัยต่างๆ ฯลฯ จำนวน 150,000 หน้า แก่ห้องสมุดของ Oregon State University ที่เขาเคยศึกษาในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2539 ห้องสมุดแห่งนี้ได้เปิดให้ผู้สนใจผลงาน และชีวิตของ Pauling ทั่วโลกได้ใช้ internet ค้นคว้าศึกษา

ขณะที่ Einstein ยังมีชีวิตอยู่ Einstein ได้เคยกล่าวถึง Pauling ว่า “ Ah, that man is a real genius”
ขนาด Einstein ยังชม เราๆ จะไม่ยกย่องและเทิดทูน ก็ถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติครับ